Blog

พระวจนะสู่ 7 ชนเผ่า 3/2017

พระวจนะสู่ 7 ชนเผ่า พี่น้องอาข่าจากประเทศลาว ที่ได้รับการสนับสนุนพระคัมภีร์ภาษาอาข่า จากโครงการ “พระวจนะสู่ 7 ชนเผ่า” ส่งคำขอบคุณมายังผู้ถวายทุกท่าน ที่ช่วยให้พวกเขาได้มีพระคัมภีร์และได้อ่านพระคัมภีร์ภาษาของตน “ขอบคุณสำหรับพระคัมภีร์ที่ท่านมอบให้ พี่น้องอาข่าในลาวมีความต้องการพระคัมภีร์ภาษาอาข่าอย่างมาก เราได้รับประโยชน์จากการอ่าน และเข้าใจชีวิตที่ติดสนิทกับพระเจ้า ทำให้เติบโตขึ้นในพระองค์” แปลและถอดความจากคลิปกลุ่มผู้นำคริสตชนชาวอาข่ารุ่นใหม่ ที่มารับการอบรมและเรียนพระคัมภีร์ระยะสั้นที่เชียงแสนส่งมาให้ พี่น้องอาข่าในประเทศลาว พม่า และจีน อาศัยอยู่ตามตะเข็บชายแดน มีฐานะยากจน และยังต้องการพระคัมภีร์อีกจำนวนมาก เช่นเดียวกับพี่น้องม้งในลาวและเวียดนาม “การประกาศเกิดผลอย่างมาก ชาวม้งในเวียดนาม 60% เชื่อพระเจ้า และพวกเขาต้องการพระคัมภีร์” อ.ไพโรจน์ ผู้รับใช้พระเจ้าที่ทำพันธกิจประกาศกับพี่น้อง ม้งกล่าว “แม้จะเจออุปสรรคและการข่มเหงเกิดขึ้นประจำ แต่เราก็ยังไม่หยุด” มีหลายครั้งที่พระคัมภีร์ซึ่งเอาเข้าไปถูกยึดและพี่น้องถูกจับ นอกจากนั้นยังต้องเจอกับคำสอนเท็จที่ฝังรากในความคิดของคนบางกลุ่ม “มีการสอนว่าความรอดมาจากการกระทำไม่ใช่พระคุณ เมื่อเราไปสอนสิ่งที่ถูก กลับถูกหาว่าผิดเพี้ยน นอกจากนั้นยังมีบางกลุ่มที่แปลพระคัมภีร์เอง พิมพ์เอง และนำมาแจก คำแปลบางอย่างอ่านแล้วงงอาจทำให้เข้าใจผิดพลาด เราต้องการพระคัมภีร์ที่แปลถูกต้องและได้มาตรฐาน เพื่อความจริงจากพระวจนะจะทำลายความเชื่อผิดๆ เหล่านั้น” แม้การสนับสนุนจะยังน้อยอยู่ แต่เราเชื่อว่าโครงการนี้จะช่วยขยายแผ่นดินของพระเจ้าไปยังสุดปลายแผ่นดินโลก “เพราะว่าข่าวประเสริฐนั้นเป็นฤทธานุภาพของพระเจ้า เพื่อให้ทุกคนที่เชื่อได้รับความรอด” ร่วมถวายโครงการมอบพระคัมภีร์ภาษาถิ่น

การบำบัดบาดแผลในจิตใจ 13-15 มิถุนายน 2017

“การบำบัดบาดแผลในจิตใจ” สัมมนาเชิงปฏิบัติการ “การบำบัดบาดแผลในจิตใจ” จัดขึ้น 2 รอบ ในวันที่ 13-15 มิถุนายน 2017 และวันที่ 8-10 กรกฎาคม 2017 โดยทีมวิทยากรจากโครงการเยียวยาบาดแผลในจิตใจ ประเทศไทย มาให้ความรู้และนำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งหลักสูตรการอบรมมาจากหลักการในพระคัมภีร์และหลักจิตวิทยา เพื่อช่วยเหลือผู้ที่มีบาดแผลในจิตใจ มีผู้เข้าร่วมการสัมมนารอบแรก 36 ท่าน ได้รับประกาศณียบัตรประเภท Apprentice Facilitator 29 ท่าน ประเภท Participant 6 ท่าน มีเพียง 1 ท่านที่ไม่ได้รับใบประกาศณียบัตรเนื่องจากอยู่ไม่ครบหลักสูตร สำหรับการสัมมนารอบที่สอง มี 23 ท่าน ได้รับประกาศณียบัตรประเภท Apprentice Facilitator 20 ท่าน และ ประเภท Participant 3 ท่าน

500 ปี การปฏิรูปคริสตศาสนา 4/17

500 ปี การปฏิรูปคริสตศาสนา      การกอบกู้มนุษย์จากความบาป คือพระประสงค์สูงสุดของพระเจ้า พระองค์มีแผนการนำมนุษย์กลับคืนสู่​สภาพเดิมที่ทรงสร้าง พระสัญญาแห่งการไถ่ให้รอดเผยให้เห็นตั้งแต่บาปเข้ามาในโลก (ปฐก. 3:15) เมื่อทรงชำระโลก เรือโนอาห์เป็นที่หลบภัยของมนุษย์จนกระทั่ง “​เมื่อ​​ครบกำหนดแล้ว พระ​เจ้า​ก็​ทรง​ใช้​พระ​บุตร​ของ​พระ​องค์​มา” (กท. 4:4) พระเยซูทรงเป็น “นาวา” สุดท้ายของมนุษย์ เพื่อนำเราไปสู่แผ่นดินของพระเจ้า ก่อนที่ “โลก​ธาตุ​ก็​จะ​สลาย​ไป​ด้วย​ไฟ” (2 ปต. 3:12) ตั้งแต่เสด็จสู่สวรรค์ พระผู้ช่วยให้รอดทรงทำงานผ่าน    คริสตจักรที่สถาปนาให้เป็นพระกายที่มีชีวิตของพระคริสต์ เป็นประตูแห่งความรอด ทำหน้าที่เชิญชวนให้คนทั้งหลายเข้ามาพบความรอด จนถึงวันที่พระองค์เสด็จกลับมา      หญิงสาวผู้รอคอยเจ้าบ่าวจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาพรหมจรรย์ของเธอไว้ เพื่อมอบให้แก่ชายที่เธอรักเท่านั้น คริสตจักรก็เช่นเดียวกัน  พระเยซูทรงเปรียบคริสตจักรเป็นเจ้าสาวของพระองค์ “พระ​คริสต์​ทรง​รัก​คริสต​จักร และ​ประ​ทาน​พระ​องค์​เอง​เพื่อ​คริสต​จักร” (อฟ. 5:25) พระคริสต์ทรงกระทำทุกสิ่ง “เพื่อ​จะ​ทำ​ให้​คริสต​จักร​บริ​สุทธิ์​โดย​การ​ชำระ​ด้วย​น้ำ​และ​พระ​วจนะ เพื่อ​พระ​องค์​จะ​ได้​คริสต​จักร​ที่​มี​ศักดิ์​ศรี ไม่​มี​ด่าง​พร้อย ริ้ว​รอย หรือ​มล​ทิน​ใดๆ เลย แต่​บริ​สุทธิ์​ปราศ​จาก​ตำ​หนิ” (อฟ. 5:25-27) จนถึงวันอภิเษกสมรสอันยิ่งใหญ่ เมื่อ […]

อาบน้ำเน่า ความคิดก็เน่า 2/17

อาบน้ำเน่า ความคิดก็เน่า ผมเป็นคนชอบทานหัวหอมมาก ทั้งหัวหอมใหญ่ หัวหอมแดง ต้นหอม จะทอดหรือทานสดก็อร่อยทั้งนั้น สิ่งเดียวที่ต้องระวังไว้ให้มากก็คือกลิ่นปากที่จะตามมาหลังจากทานเสร็จ เพราะตัวผมในฐานะคนกินไม่รู้หรอกว่ามันกลิ่นแรงแค่ไหน แต่คนใกล้ตัวจะแทบเบือหน้าหนีเลยเวลาเราอ้าปากพูดอะไรออกมา กว่าจะรู้ตัวก็แทบไม่มีใครอยากเข้าใกล้แล้ว ผมได้ฟังเรื่อเล่าเรื่องหนึ่งผ่านรายการวิทยุ(มอร์นิ่ง ทอล์ก FM 99) เรื่องเล่าว่า ชายคนหนึ่งตื่นขึ้นจะไปทำงาน ตอนไปอาบน้ำ ก็ไปเปิดท่อระบายน้ำที่บ้าน ตักน้ำในนั้นแล้วเอามาราดตัวจนเปียก แต่งตัวเสร็จก็เอาตัวเองไปคลุกกองขยะหน้าบ้าน ทำงานเสร็จทั้งวัน กลับมาบ้าน ก็อาบน้ำเน่าอีกรอบ คลุกขยะอีกที่ ก่อนหลับตานอนก็บ่นเสียงดังกับคัวเองว่า “เมื่อไหร่ตัวฉันจะหอมสักที่เนี่ย?” อ่านตามเรื่องที่ผมเล่าแล้วรู้สึกอย่างไงบ้างครับ คงตลกไม่น้อย เพราะในชีวิตจริงคงมีแค่คนวิกลจริตเท่านั้นที่ทำแบบชายคนนี้ เรื่องเล่าเรื่องนี้แท้จริงเป็นอุปมาสะท้อนให้เราเห็นว่า ในด้านความคิดเราก็ชอบทำตัวแบบชายคนนี้ คือตื่นขึ้นมาก็ฟังแต่ข่าวร้ายๆ หาอ่านแต่ข่าวซุบซิบนินทา ตกบ่ายหลังอาหารเที่ยง ก็ไปนั่งจับกลุ่มนินทาเจ้านายบ้าง วิจารณ์คนนู้นคนนี้บ้าง กลับบ้านมาก็ยังหาข่าวซุบซิบดารามาอ่านอีก และเราก็คาดหวังว่าเราจะมีความคิดทางบวกเกิดขึ้นมากลีบเรา มันจะเป็นไปได้หรือครับ อาบน้ำเน่า ความคิดก็เน่าตามไปด้วย เห็นทีความเชื่อนี้จะมีความจริงอยู่ไม่น้อยเลยที่เดียว ในพระคำของพระเจ้า สุภาษิต 4:23 กล่าวว่า “จงระแวดระวังใจของเจ้ายิ่งกว่าสิ่งอื่นใด เพราะทุกสิ่งที่เจ้าทำออกมาจากใจ” ความจริงของพระเจ้าสะท้อนให้เราตระหนักว่าใจของเรา ความคิดของเรา ทัศนคติของเรา มีผลกับทุกด้านของชีวิต คำถามก็คือแล้วอะไรบ้างมีผลต่อจิตใจ อ่านมาถึงตรงนี้เราหลายคนย่อมมีคำตอบผุดขึ้นมาในความคิดมากมายเลยใช่ไหมครับ […]

ประเทศซีเรีย

ประเทศซีเรีย เสียงวิงวอนที่ผ่านมาทาง จอร์จ แอนเดรีย เลขาธิการสมาคมพระคริสตธรรมซีเรีย ซึ่งตั้งอยู่ที่เมือง อเลปโป เมืองที่ใหญ่ที่สุดของซีเรีย ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางการค้าและอุตสาหกรรม อเลปโปถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่งเนื่องจากสงครามกลางเมืองระหว่างกองทัพของรัฐบาลและกองกำลังกบฏ “ทุกวันที่เรายังมีชีวิตอยู่คือของขวัญจากพระเจ้า” ผู้คนในอเลปโปต้องดำรงชีวิตโดยปราศจากน้ำประปาและไฟฟ้า พวกเขาไม่มีที่จะหนีและหลบภัย ระเบิดและมิสไซล์กระหน่ำเข้าโจมตี ทำให้เกิดความเสียหายรุนแรงทั่วทั้งเมือง ผู้คนไร้ที่อยู่อาศัยและล้มตายจำนวนมาก ประชาชนที่ตกอยู่ในพื้นที่ฝ่ายกบฎประสบภาวะอดอยากและขาดอาหาร แอนเดรีย เล่าถึงชีวิตท่ามกลางเสียงระเบิดทั้งวันและคืนว่า ไม่มีการเตือนหรือเสียงไซเรนที่เตือนให้ผู้คนหาที่หลบภัย “คุณจะตายก่อนได้ยินเสียงระเบิดด้วยซ้ำ” เขากล่าว “เราดำเนินชีวิตโดยตระหนักว่าอาจถูกโจมตีที่บ้าน ที่ทำงานหรือที่โบสถ์ เราทำอะไรไม่ได้ และไม่มีที่ที่จะไป ทุกอย่างอยู่ในน้ำพระทัยของพระเจ้า ทุกวันที่มีชีวิตคือของขวัญจากพระเจ้า ผู้คนพยายามจะใช้ชีวิตปกติ ไปทำงาน ไปนมัสการ แม้คริสตจักรหลายแห่งในเมืองจะเสียหาย หรือถูกทำลายไปแล้ว” “พระเจ้าประทานความหวังแก่เรามาตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มขึ้น และสมาคมพระคริสตธรรมก็ยังคงรับใช้ทุกคน ทุกคริสตจักร ไม่ว่าจะนิกายใด” ในช่วงสงคราม สมาคมพระคริสตธรรมได้นำเข้าพระคัมภีร์และหนังสือคริสเตียน 30-40 ตัน ต่อปี ส่วนใหญ่มาทางเลบานอน เพราะไม่สามารถส่งเข้าซีเรียโดยตรง “ความต้องการพระคัมภีร์ทะยานขึ้นสูงมาก พระคัมภีร์สำหรับเด็กเป็นที่นิยม ผู้คนรู้สึกว่า มีเพียงพระคัมภีร์ที่สามารถให้คำตอบในช่วงเวลายากลำบาก และมีเพียงพระเจ้าที่สามารถตอบสนองความต้องการของพวกเขา สำหรับสมาคมพระคริสตธรรม นี่เป็นช่วงเวลาที่ดีในการเป็นพยานและส่งต่อความหวังให้แก่ผู้คนผ่านพระวจนะของพระเจ้า” “เราจะทำอะไรได้? ชีวิตนั้นยากลำบากและอันตราย เราทำได้เพียงพึ่งพาพระเจ้า พระองค์ทรงเป็นคำตอบของทุกสิ่ง […]

ทำไมพระคัมภีร์ฉบับมาตรฐาน แปล 1 ยอห์น 5:19 “…แต่โลกทั้งหมดอยู่ในมือของมารร้าย” 3/17

ทำไมพระคัมภีร์ฉบับมาตรฐาน แปล 1 ยอห์น 5:19 “…แต่โลกทั้งหมดอยู่ในมือของมารร้าย” ทำไมพระคัมภีร์ฉบับมาตรฐาน 2011 แปล 1 ยอห์น 5:19 ว่า “…แต่โลกทั้งหมดอยู่ในมือของมารร้าย” ทั้งๆ ที่ในภาษากรีกไม่มีคำว่า “มือ” หรือ “อานุภาพ” แต่ตามตัวอักษรของข้อนี้ในต้นฉบับกรีกแปลว่า “ทั่วทั้งโลกอยู่ใต้การปิดบังของมารร้าย!” ? . ก่อนอื่นขออธิบายว่า การแปลพระคัมภีร์ของสมาคมพระคริสตธรรมไทยนั้น ไม่ได้แปลโดยบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่แปลโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของภาษาเดิมของพระคัมภีร์ และมีความรู้เรื่องศาสนศาสตร์อย่างดี การแปลพระธรรมแต่ละเล่มนั้นจะต้องผ่านขั้นตอนหลายขั้นตอน ขั้นตอนแรกคือเมื่อผู้แปลคนแรกแปลเสร็จ ก็จะต้องส่งต่อให้ผู้แปลคนที่สองเพื่อตรวจสอบการแปลเพื่อความถูกต้อง นอกจากนั้นยังส่งให้อนุกรรมการตรวจสอบคำแปลอ่านด้วย หลังจากที่ได้รับคำเสนอแนะจากผู้แปลคนที่สองและอนุกรรมการตรวจสอบคำแปลแล้ว ผู้แปลคนแรกจะทำการแก้ไข และส่งให้ที่ปรึกษาฝ่ายการแปลของสหสมาคมพระคริสตธรรมสากล (United Bible Societies) ซึ่งเป็นนักวิชาการที่มีความสามารถในเรื่องการแปลพระคัมภีร์โดยเฉพาะ  สหสมาคมพระคริสตธรรมสากล เป็นองค์กรที่ทำการแปลพระคัมภีร์มากที่สุดในโลก และได้จัดทำคู่มือการแปลพระคัมภีร์ให้กับผู้แปลทั่วโลก เพื่อให้การแปลพระคัมภีร์ทั่วโลกมีมาตรฐาน สมาคมพระคริสตธรรมไทยเป็นสมาชิกสมบูรณ์ของสหสมาคมพระคริสตธรรมสากล ดังนั้นการแปลพระคัมภีร์ของสมาคมพระคริสตธรรมไทยจึงเป็นการแปลที่ได้มาตรฐานสากล ผู้อ่านทุกท่านจึงสามารถมั่นใจได้ว่า พระคัมภีร์ที่แปลโดยสมาคมพระคริสตธรรมไทยนั้นเป็นพระคัมภีร์ที่น่าเชื่อถือและถูกต้อง . อีกประการหนึ่งเมื่อพิจารณาคำถามนี้แล้ว จะเห็นว่าข้อความที่ยกมานี้เป็นเพียงครึ่งหลังของ 1 ยอห์น 5:19 โดยไม่ได้พิจารณาครึ่งแรกของข้อนี้ซึ่งมีข้อความว่า “เรา​​รู้​ว่า​เรา​เกิด​จาก​พระ​เจ้า” […]

คำสอนเท็จ จักพ่ายแพ้ความจริง 3/17

คำสอนเท็จ จักพ่ายแพ้ความจริง อนุสนธิจากการที่ผู้เขียนไปร่วมรายการ “ถามตรงกับจอมขวัญ” สถานีโทรทัศน์ไทยรัฐ ช่อง 32 เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา เพื่อตอบคำถามที่สังคมสงสัยเกี่ยวกับคำสอนของนายเล่าย่าง แซ่จาง หรือที่กลุ่มผู้ติดตามของเขาเรียกว่า “ว่างฝือ” ผู้อ้างว่าสามารถติดต่อกับพระเจ้าและทูตสวรรค์ได้ และชักชวนผู้ติดตามให้เข้าไปในป่าเพื่อทดสอบความเชื่อ มีการชำระบาปที่ผิดไปจากคำสอนของพระคัมภีร์ โดยกลุ่มนี้อ้างว่า พวกตนเป็นสมาชิกของคริสตจักรเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีส ทำให้ประชาชนทั่วไปเกิดความเข้าใจผิดต่อคริสตจักรเซเว่นธ์เดย์ฯ และคริสตศาสนาโดยรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีผลกระทบต่อการทำหน้าที่ของผู้รับใช้ในในคริสตจักรเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีสโดยตรง ผลจากการเข้าร่วมกิจกรรมของกลุ่ม ทำให้ผู้ปกครองหญิงสาวและสามีของสตรีที่เข้าร่วมกลุ่ม นำเรื่องไปแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวหาว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศ ต่างกรรมต่างวาระ ซึ่งเรื่องนี้ผู้เขียนจะไม่ขอพาดพิงถึง ทุกอย่างจะพิสูจน์จากหลักฐานและให้ศาลเป็นผู้ตัดสิน อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่ข่าวนี้กระจายออกไป กลุ่มผู้ติดตามนายเล่าย่างบางคน ได้ให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชน กล่าวถึงพิธีกรรมทางศาสนาที่พวกตนปฏิบัติ ซึ่งไม่ถูกต้องตามคำสอนของพระคัมภีร์และหลักข้อเชื่อคริสเตียน และคริสตจักรเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีสไม่เคยมีคำสอนนี้ ข่าวที่กระจายออกไปตามสื่อต่างๆ ได้สร้างความเข้าใจผิด และทำให้คริสเตียนและคริสตจักรในประเทศไทยโดยรวมได้รับผลกระทบ ในฐานะที่ผู้เขียนเป็นสมาชิกคริสตจักรเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีส ใคร่ขอโอกาสอธิบายความเป็นมาของปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดความกระจ่างและเพื่อให้พี่น้องคริสเตียนทุกคณะนิกายใช้เป็นข้อมูลตอบคำถามแก่ผู้สงสัยต่อไป ความเป็นมาของกลุ่ม ก่อนที่นายเล่าย่างเข้ามารับเชื่อเป็นคริสเตียน เขานับถือผี ตามความเชื่อของกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง เมื่อถูกผีรบกวนจึงหันมารับเชื่อพระเยซูเมื่อปี 2003 ต่อมาเขาเริ่มอ้างว่าเขาได้รับนิมิตจากพระเจ้า และเขียนสิ่งที่ได้รับมาแจกแก่ผู้สนใจ อัดสำเนาแจกแก่สมาชิกตามโบสถ์ต่างๆ โดยเฉพาะในคริสตจักรเซเว่นธ์เดย์ฯ […]

ยอม “คุณอติเทพ วรวิจิตราพันธ์” 3/17

ยอม คุณอติเทพ วรวิจิตราพันธ์ รู้จักพระเจ้า แต่เดิมนั้นในครอบครัวของผมจะมีคุณยายกับคุณแม่เป็นคริสเตียน คุณแม่พยายามที่จะประกาศเรื่องราวของพระเจ้าให้คุณพ่อฟังบ่อยๆ แต่คุณพ่อก็ไม่ยอมรับเชื่อ คุณพ่อบอกว่าถ้าพระเจ้าประทานให้เขามีกิจการ เขาก็จะมาเชื่อพระเจ้า แล้ววันหนึ่งคุณพ่อก็มีกิจการเป็นของตัวเอง คุณพ่อจึงมาเชื่อพระเจ้า คุณพ่อเป็นคนที่รักษาคำพูด เป็นคนที่ถ้ารับปากใครแล้วจะต้องทำตามนั้น และคุณพ่อก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย ส่วนตัวผมช่วงที่เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ผมคิดหลายอย่างเกี่ยวกับเรื่องพระเจ้า คิดว่าสวน ดอกไม้เกิดขึ้นได้อย่างไร คิดเรื่องของพุทธศาสนาถ้าเป็นจริง แล้วพระเจ้าไม่ใช่เรื่องจริงจะเป็นอย่างไร คิดเยอะมาก จนสุดท้ายมีคนเล่าเรื่องหนึ่งให้ผมฟัง ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมมักจะนำไปเล่าให้เพื่อนฟังอยู่บ่อยๆ เป็นเรื่องที่ทำให้คิดว่าพระเจ้ามีจริงแน่นอน คือมีนักเรียน 2 คน คนหนึ่งเป็นคริสเตียน อีกคนไม่เป็น คนที่เป็นคริสเตียนพยายามประกาศเรื่องของพระเจ้า แต่คนที่ไม่เป็นคริสเตียนก็ไม่เคยเชื่อเลย วันหนึ่งคนที่ไม่เป็นคริสเตียนมาหาเพื่อนที่เป็นคริสเตียนที่บ้าน ขณะที่กำลังรอเพื่อน ก็เดินเล่นไปเรื่อยและเดินลงไปห้องใต้ดินซึ่งเป็นห้องทดลองวิทยาศาสตร์ แล้วเขาก็เห็นโมเดลจักรวาลทั้งหมดที่จำลองจากของจริง ระหว่างที่เขากำลังเล่นอยู่ เพื่อนที่เป็นคริสเตียนก็มา คนที่ไม่เป็นคริสเตียนก็บอกว่าเขาชอบโมเดลนี้มากเลย ทำที่ไหน เขาอยากทำบ้าง คนที่เป็นคริสเตียนคิดขึ้นได้จึงบอกว่า ไม่รู้เหมือนกันว่ามาจากไหน เขาไม่ได้ทำ อยู่ๆ ก็มาเอง แต่คนที่ไม่เป็นคริสเตียนไม่เชื่อว่าโมเดลนี้จะเกิดขึ้นเอง เราลองคิดดูว่าของเล็กๆ ที่วางอยู่ตรงนี้พอบอกว่าเกิดขึ้นเองก็ไม่เชื่อ ในขณะที่สิ่งที่เป็นของจริงไม่ได้จำลอง เกิดขึ้นและมีอยู่อย่างเป็นระบบระเบียบ และคุณกลับเชื่อว่ามันเกิดขึ้นเอง นี่จึงทำให้ผมเชื่อว่า พระเจ้ามีจริงแน่นอน ผมคิดว่าคนจะเชื่อเรื่องของพระเจ้าก็ต้องเชื่อว่าพระเจ้ามีจริงก่อน […]

บทเรียนยิ่งใหญ่จากอิสราเอล 2/17

บทเรียนยิ่งใหญ่จากอิสราเอล ผู้เผยพระวจนะโฮเชยากล่าวว่า “เมื่ออิสราเอลยังเด็ก เราก็รักเขา… เราจูงเขาด้วยสายแห่งความเมตตา” (ฉชย.11:1,4) สายใยแห่งรักนี้ไม่เคยหายไปจากอิสราเอล ผู้เขียนเป็นพยานได้เพราะเห็นด้วยตาตนเองเมื่อไปทัศนศึกษาที่อิสราเอลหนึ่งสัปดาห์ ในอดีตเคยเดินทางไปอิสราเอลในปี 2010 ผู้เขียนได้ท่องเที่ยวไปตามสถานที่สำคัญต่างๆ ทางประวัติศาสตร์ในพระคัมภีร์ และต่อมาในเดือนมีนาคม 2016 ก็มีโอกาสกลับไปเยือนที่นั่นเป็นครั้งที่สอง อิสราเอลเป็นประเทศเล็กๆ มีพื้นที่ใหญ่กว่าจังวัดเชียงใหม่เพียงเล็กน้อย (ประมาณ 20,770 ตร.กม.) แต่มีบทบาทในสังคมโลกมากมาย เป็นข่าวตามสื่อต่างๆ เสมอ นับตั้งแต่ประกาศเป็นรัฐอิสราเอลในวันที่ 14 พฤษภาคม ค.ศ. 1948 จนถึงปัจจุบัน รวมเวลา 69 ปี ที่คนยิวได้เปลี่ยนแผ่นดินแห้งแล้งให้กลายเป็นแผ่นดินอุดมสมบูรณ์ เวลานานนับสองพันปีที่แผ่นดินนี้อยู่ใต้การปกครองของคนข่างชาติ นับตั้งแต่พระวิหารถูกทำลายใน ค.ศ. 70 แผ่นดินนี้ถูกคนต่างชาติครอบครอง บางส่วนถูกทิ้งร้าง กลายเป็นทะเลทรายเวิ้งว้าง ต้นไม้ถูกตัด ไม่มีใครสนใจทำนุบำรุง แต่ประมาณ 70 ปีที่แล้ว ชาวยิวรุ่นใหม่ได้กลับไปสร้างชาติ พวกเขาต่างหวงแหนแผ่นดินของบรรพบุรุษ เพราะแผ่นดินนี้ได้มาโดยการซื้อจากชาวพื้นเมืองด้วยราคาแพงพวกเขาใช้เงินจำนวนมหาสารซื้อที่ดินว่างเปล่า แห้งแล้ง ต่อมาเมื่อมีการพื้นฟูสภาพ พัฒนา  บำรุงดิน อิสราเอลยุคใหม่กลายเป็นดินแดนอุดมสมบูรณ์ มัคคุเทศก์ชาวยิวเล่าให้ฟังว่า เมื่อที่ดินอุดมสมบูรณ์ขึ้น […]

กำไรของความทุกข์คือความทุกข์ที่ไม่ขาดทุน 2/17

กำไรของความทุกข์คือความทุกข์ที่ไม่ขาดทุน เด็กหญิงคนหนึ่งที่ลืมตาดูโลกขึ้นมา เมื่อเธอจำความได้เธอก็ต้องเผชิญกับปัญหามากมาย เริ่มตั้งแต่คุณพ่อเสียชีวิตตั้งแต่เธออายุ 7 ขวบ คุณแม่ไม่รักเธอเลยและเลี้ยงดูเธอเอาไว้ใช้งาน ไม่ให้ไปเรียนหนังสือ ในด้านร่างกายเธอเกิดมาก็มีเส้นเอ็นที่เท้าผิดปกติ ถ้าเดินมากๆ ก็จะเกิดอักเสบทรมานมาก ทำให้เธอรู้สึกหมดหวัง ไม่มีที่พึงในชีวิต เธอคิดจะไปวัดบวชชีและใช้ชีวิตจบลงตรงที่วัด เมื่อตอนอายุประมาณ 18 ปี แต่แล้วพระเจ้าก็เมตตาให้เธอได้พบกับ ดร.บิวเกอร์ (ซึ่งรู้จัก ดร.เกรส ผู้เชี่ยวชาญในการผ่าตัดแก้ไขความพิการ) มาซื้อของที่รานของน้าและแนะนำให้เธอไปที่โรงพยาบาลคริสเตียนมโนรมย์ และที่นั่นทำให้ชีวิตของเธอเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เธอได้พบและได้รู้จักพระเยซูคริสต์เจ้า พระองค์ได้เปลี่ยนจิตใจที่มืดดำสิ้นหวังของเธอให้กลายเป็นสีชมพู หัวใจของเธอเต็มล้นด้วยสันติสุขในพระเจ้า เธอได้มอบชีวิตของเธอให้อยู่ภายใต้การทรงนำของพระองค์ โดยยึดพระคัมภีร์เป็นหลักนำชีวิต ขอแนะนำให้รู้จักกับ คุณรีณา เอี๊ยบ อดีตผู้อำนวยการสมาคม YWCA เริ่มต้นชีวิต ดิฉันเกิดมาในครอบครัวคนจีน คุณพ่อเสียชีวิตตั้งแต่ดิฉันอายุได้ 7 ขวบ แม่แต่งงานใหม่มีลูกใหม่ซึ่งทำให้แม่ไม่รักฉันเลย ฉันเป็นลูกชังของแม่ เพราะพ่อกับแม่มีความขัดแย้งกันตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่ และความขัดแย้งนี้ก่อให้เกิดความเกลียดชังตกมาที่ดิฉัน แม่เลี้ยงฉันไว้ใช้งาน ตลอดชีวิต 7-8 ขวบฉันรู้จักทำงานเป็น แม่ไม่ให้ไปเรียนหนังสือเหมือนเด็กคนอื่นๆ แม่กลัวว่าฉันจะเก่งขึ้นและทิ้งท่านไป ฉันต้องอยู่กับพ่อเลี้ยงและน้องเลี้ยง จิตใจฉันต้องจมอยู่กับความเกลียดชังพ่อเลี้ยง น้องเลี้ยง เกลียดแม่ เพราะพวกเขาเกลียดฉันก่อน ฉันจึงเกลียดเขาตอบ […]

1 56 57 58 59 60 84