Blog

บทเรียนจาก Pokemon Go ขาลง 4/16

บทเรียนจาก Pokemon Go ขาลง เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ในขณะที่ผมกำลังขับรถไปรับภรรยาตามปกติในช่วงค่ำ ผมต้องตกใจกับภาพที่เห็น เพราะบริเวณต้นไม้ใหญ่ใกล้ๆโรงอาหาร ซึ่งมีศาลพระภูมิขนาดใหญ่อยู่สองแห่ง เต็มไปด้วยผู้คนหลายร้อยคน จะว่าทุกคนมาขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของเขาก็ดูไม่น่าจะใช่ และคนก็มากผิดปกติเหลือเกิน ที่แปลกที่สุดก็คงเป็นเพราะทุกคนก้มหน้าก้มตามองสมาร์ทโฟนของตัวเอง พร้อมๆกับเดินไปโน่นมานี่กันขวักไขว่ไปหมด ผมแทบไม่อยากเชื่อเลยที่มารู้ภายหลังว่าทุกคนกำลังเล่น Pokemon Go กันอยู่ ในช่วงเวลานี้ผมค่อนข้างเชื่อว่าเราทุกคนในประเทศไทยรู้จัก Pokemon Go เกมบนมือถือกันค่อนข้างดีทีเดียว ไม่ว่าเราจะเล่นหรือไม่เล่น ชอบหรือไม่ชอบ เราก็เลี่ยงได้ยากที่จะต้องเสพข่าวเรื่อง Pokemon Go ไม่เว้นแต่ละวัน มีคนเขียนบทความต่อต้านเกมนี้มากมาย วัยรุ่นที่เล่นก็รู้สึกต่อต้านกลับไปยังคนที่ไม่เห็นด้วย จนแทบกลายเป็นสงครามน้ำลายระดับประเทศ ตัวผมเองก็อัพโหลดเกมนี้มาลองเล่นดูเหมือนกัน เพราะความที่อยากรู้ว่ามันคืออะไร แต่เวลาเล่นผมก็ต้องแอบๆ เล่น เพราะกลัวจะถูกด่าเหมารวมไปด้วย แต่ผ่านมาสองสามเดือนความนิยมของเจ้าเกมนี้ก็ดูจะค่อยเสื่อมความนิยมลงไปมากแล้ว ไม่มีใครพูดถึงกันมากนัก อยากเล่นก็เล่น ไม่มีใครสนใจมาพูดต่อต้านหรือคัดค้านอะไรกันอีก คงน่าเสียดายไม่น้อยหากเราให้เหตุการณ์ นี้ผ่านไปโดยไม่ได้เรียนรู้อะไรจากมันเลยปรากฏการณ์โปเกมอนแห่งชาติ น่าจะมีบทเรียนอะไรดีๆ ที่เราสามารถเรียนรู้ร่วมกันได้ และผมอยากชักชวนผู้อ่านทุกท่านมาร่วมกันหาบทเรียนดีๆจากเรื่องนี้ด้วยกัน บทเรียนประการแรกที่ผมได้จากเรื่องนี้ก็คือ “คำวิจารณ์ฆ่าความสนใจไม่ได้” การที่มีคนมากมายออกมาต่อต้านเกมโปเกมอน ก็เพราะเขาไม่เห็นด้วยกับการที่ทุกคนจะมาใช้เวลาเล่นเกมนี้ และผมเชื่อว่าคนที่ออกมาวิจารณ์เกมนี้ในทางลบ เพราะอาจจะเชื่อจริงๆ ว่าถ้าพูดอย่างมีเหตุมีผล ยกตัวอย่าง มีข้อมูลอ้างอิง คนจะคล้อยตามและไม่เล่นเจ้าเกมโปเกมอนนี้ […]

แปลเกิน หรือ แปลขาด? 4/16

แปลเกิน หรือ แปลขาด? ปุจฉา มีผู้ตั้งข้อสังเกตและเห็นว่า พระคัมภีร์ฉบับมาตรฐาน 2011 แปลข้อความในพระธรรม 1โครินธ์ บทที่ 11 ข้อ 25 เกินมาและสื่อความหมายไม่ตรงกับบริบท1 คือแปลคำกริยากรีก δειπνεω (deipneo) ว่า “รับประทานอาหาร”2 แทนที่จะแปลว่า “รับประทาน”3 การแปลของฉบับมาตรฐานจึงแปลเกินและทำให้ผู้อ่านเข้าใจผิดว่าเป็นการรับประทานอาหารมื้อหลัก แทนที่จะหมายถึงการรับประทานขนมปัง ดังนั้น จึงขอเสนอให้แก้ไขคำแปลเสียใหม่ในจุดดังกล่าว เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องว่า “รับประทาน” หรือ “รับประทานขนมปัง”4 อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ วิสัชนา สมาคมฯ ขอขอบคุณท่านที่ได้ให้ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะคำแปลใน 1 โครินธ์ 11:25 ฉบับมาตราฐาน 2011 และได้ส่งเรื่องให้ฝ่ายแปลไปพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว ทางฝ่ายแปลได้ศึกษาแล้วจึงขอเรียนชี้แจงดังนี้      1. เกี่ยวกับความหมายของคำกริยากรีก δειπνεω (deipneo) นั้น ก็เป็นอย่างที่ท่านค้นมาคือ รับประทานอาหารค่ำ หรือ อาหารมื้อหลักโดยเฉพาะมื้อเย็น5 หรือ ในฉบับ KJV ใช้คำว่า […]

ปราศ​จาก​ความ​บริ​สุทธิ์​…​ จะ​ไม่​มี​ใคร​ได้​เห็น​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​เลย 4/16

ปราศ​จาก​ความ​บริ​สุทธิ์​…​ จะ​ไม่​มี​ใคร​ได้​เห็น​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​เลย วันหนึ่งของเดือนตุลาคม 2015 ผู้เขียนได้มีโอกาสท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ ในประเทศจอร์แดน ซึ่งเชื่อว่าเป็นเส้นทางอพยพของคนอิสราเอลในอดีต ขณะยืนอยู่บนภูเขาเนโบ ณ จุดที่โมเสสเคยยืนอยู่ยอดปิสกาห์ ทอดสายตาไปยังเมืองเยรีโคบนแผ่นดินคานาอันซึ่งอยู่ไกลออกไป พระเจ้าทรงให้ท่านเห็นแผ่นดินซึ่งแต่ละเผ่าจะเข้าไปครอบครอง ตั้งบ้านเมืองของพวกเขา พระคัมภีร์บันทึกข้อความที่น่าเศร้าใจว่า “พระ​ยาห์​เวห์​ตรัส​กับ​ท่าน​ว่า นี่​คือ​แผ่น​ดิน​ซึ่ง​เรา​ได้​ปฏิ​ญาณ​ต่อ​อับ​รา​ฮัม ต่อ​อิส​อัค และ​ต่อ​ยา​โคบ​ว่า ‘เรา​จะ​ให้​แก่​ลูก​หลาน​ของ​เจ้า’ เรา​ให้​เจ้า​เห็น​กับ​ตา แต่​เจ้า (โมเสส) ​จะ​ไม่​ได้​เข้า​ไป​ใน​แผ่น​ดิน​นั้น” (ฉธบ. 34:1-4) โมเสสเป็นผู้นำคนอิสราเอลสี่สิบปี สมควรอย่างยิ่งที่จะเป็นคนแรกได้เหยียบย่างลงบนแผ่นดินแห่งพระสัญญา แต่ทว่าพระเจ้าไม่ให้โอกาสนั้น เพราะความผิดพลาดของโมเสส (กดว. 20:1-13 อพย.17:1-7) ส่วนคนอิสราเอลรุ่นที่ออกมาจากอียิปต์ ยกเว้นโยชูวาและคาเลบ ตายในป่ากันดารทั้งหมด คนรุ่นใหม่เท่านั้นที่ข้ามแม่น้ำจอร์แดนไปยังแผ่นดินแห่งพระสัญญา จากการคะเนด้วยสายตาไปยังแผ่นดินคะนาอันซึ่งไม่ไกลเลย และจากการสอบถามชาวจอร์แดนบางคนบอกว่าระยะทางจากภูเขาเนโบถึงเยรีโคประมาณ 40-50 กิโลเมตรเท่านั้น ใช้เวลาเดินไม่กี่วัน เหตุใดพระเจ้าจึงไม่อนุญาตให้คนรุ่นที่ออกมาจากอียิปต์เข้าไป? แต่ให้พวกเขาเดินลงไปทางทิศใต้ถึงอ่าวอกาบา ซึ่งเป็นระยะทางหลายร้อยกิโลเมตร ท่านเปาโลตอบคำถามนี้ว่า “​มี​คน​ส่วน​มาก​ใน​พวก​นั้น​ที่​ถูก​ทด​ลอง​เกิน​กว่า​ที่​ท่าน​จะ​ทน​ได้ พระ​เจ้า​ไม่​พอ​พระ​ทัย เรา​ทราบ​ได้​จาก​ที่​เขา​ล้ม​ตาย​กัน​เกลื่อน​กลาด​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร “ (1 คร. 10:5) ความบาปของคนอิสราเอลเหล่านั้นทำให้พวกเขา “ตายกันเกลื่อนกลาด” บาปใหญ่ที่ทำ […]

ปราศจากพระคริสต์แล้ว จะมีชีวิตอยู่ไม่ได้เลย 4/16

ปราศจากพระคริสต์แล้ว จะมีชีวิตอยู่ไม่ได้เลย เมื่อสามสิบกว่าปีมาแล้ว มีนักร้องและนางแบบสาวคนหนึ่ง เธอเป็นลูกสาวรองอธิบดีกรมตำรวจ เป็นคนสวย หุ่นดี และร้องเพลงเก่ง เธอภูมิใจในตัวเองว่า เธอโชคดีมากที่เกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะดี มีชื่อเสียง แถมเธอยังเรียนเก่งอีกด้วย ชีวิตเธอมีครบบริบูรณ์ทุกอย่าง ตอนที่เธออายุประมาณ 38 ปี เธอผู้นี้ก็ต้องพบกับความโชคร้าย จากคนที่ทั้งสวยและเก่ง ต้องกลายเป็นคนที่มีร่างกายเป็นอัมพฤกษ์ครึ่งซีก พูดไม่เป็นภาษา เธอไม่สามารถยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ถึงกับคิดว่า…ไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไป ในความทุกข์ทางร่างกายที่เกิดขึ้นนั้น เป็นหนทางทำให้เธอได้รู้จักกับพระเยซูคริสต์เจ้า พระองค์ทรงสำแดงความรักกับเธอด้วยการรักษาเธอให้หายจากการเป็นอัมพฤกษ์ มีร่างกายกลับมาใช้งานได้เป็นปกติ กลับมาพูดได้เหมือนปกติ และพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ทรงดูแลชีวิตเธอเสมอมา คุณอรพิมพ์ ผุดผาด ชื่อเล่น คุณกล้วย อายุ 62 ปี จบการศึกษาปริญญาโท ด้านการตลาด ที่สหรัฐอเมริกา สมรสกับ Pastor Rogelio Baldovinos Torres มีบุตรชาย 3 คนคือ คุณปิยพงศ์ คุณปืนปราบ และ คุณก้องรัฐ นมัสการพระเจ้าที่ คริสตจักรอันติโอเกีย ลาดพร้าว รู้จักพระเจ้า ตอนดิฉันอายุประมาณ […]

วันที่ 16-27 พฤษภาคม 2016 ทีมผู้แปลพระคัมภีร์ภาษามือของสมาคมฯ ร่วมกับที่ปรึกษาการแปลจากหน่วยงาน SIL

วันที่ 16-27 พฤษภาคม 2016 ทีมผู้แปลพระคัมภีร์ภาษามือของสมาคมฯ ร่วมกับที่ปรึกษาการแปลจากหน่วยงาน SIL ตรวจการแปลภาษามือ ระหว่างวันที่ 16-27 พฤษภาคม 2016 ทีมผู้แปลพระคัมภีร์ภาษามือของสมาคมฯ ร่วมกับที่ปรึกษาการแปลจากหน่วยงาน SIL คือ Mr.Mark Andrew Penner ได้ตรวจการแปลพระธรรมมาระโกบทที่ 3-6 (บทที่ 1-2 ได้ตรวจไปก่อนหน้านี้แล้ว) หลังการตรวจครั้งนี้ก็จะสามารถเผยแพร่ให้ผู้ใช้ภาษามือได้รับชมผ่านช่องทางต่างๆ แม้สถานที่ในการทำงานจะคับแคบและไม่สะดวกสบายเนื่องจากอาคารสำนักงานของสมาคมฯ ยังอยู่ในระหว่างการซ่อมแซม แต่งานแปลภาษามือยังคงคืบหน้าไปอย่างต่อเนื่อง ท่านสามารถมีส่วนในพันธกิจนี้ด้วยการอธิษฐานเผื่อ, ถวายทรัพย์เพื่อสนับสนุน และแนะนำสื่อพระคัมภีร์ให้แก่ผู้ใช้ภาษามือที่ท่านรู้จัก

สุขหรรษา มีอนามัย จิตใจบริสุทธิ์ 3/16

สุขหรรษา มีอนามัย จิตใจบริสุทธิ์ สืบเนื่องจากที่ผู้เขียนได้รับเชิญเป็นวิทยากรนำเสนอความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ ในรายการ “สุขภาพดี คัมภีร์บอก” จัดโดยสมาคมพระคริสต-ธรรมไทย เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2016 ที่ผ่านมา เพื่อนำเสนอเรื่องสุขภาพที่บันทึกไว้ในพระคัมภีร์ มีผู้เข้าร่วมจากหลายคริสตจักร ต่างคณะนิกาย จึงขอนำบางส่วนของสัมมนามาแบ่งปันในบทความนี้แก่พี่น้องผู้รักพระคัมภีร์ทุกท่านจะได้ประโยชน์ร่วมกัน พระวจนะของพระเจ้าเป็น “คู่มือสุขภาพ” คำแนะนำการดูแลร่างกายให้ปลอดภัยจากโรคที่กำลังคุกคามชาวไทยและชาวโลกอยู่ในขณะนี้ เพื่อทุกคนจะมี “สุขหรรษา มีอนามัย จิตใจบริสุทธิ์” (Happy, Healthy, Holy) ทุกด้าน “ร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ” (Physical, Mental and Spiritual) ตามหลักการสุขภาพองค์รวม (Wholistic) ขอเชิญผู้อ่านย้อนกลับไปอ่านบทความสุขภาพของผู้เขียนในเว็บไซต์ของสมาคมฯ ประกอบ (พระคริสตธรรมคัมภีร์-มหัศจรรย์แห่งการรักษา, อาหารของพระเจ้า VS อาหารของมนุษย์, เอ็นซีดี โรคร้าย) จะเข้าใจรายละเอียดได้ดียิ่งขึ้นจากเว็บไซต์ http://www.thaibible.or.th/home/article/treatise/arti สุขภาพดีในพันธสัญญาเดิม และพันธสัญญาใหม่ ตราบใดที่ผลของความบาปยังคงอยู่ในโลก เรามิอาจหลีกเลี่ยงความเจ็บป่วยและความตายได้ ทว่า เราหวังว่าขอให้สองสิ่งนี้มาถึงบุตรของพระเจ้าช้าที่สุด เพื่อเราจะอุทิศชีวิตและพลังงานในการรับใช้พระองค์ให้นานยิ่งขึ้น และเกิดผลมากตามพระคุณของพระองค์ […]

เพื่อคุณโดยเฉพาะ 3/16

เพื่อคุณโดยเฉพาะ ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่นิยมทําบัตร ATM เว้นแต่เลี่ยงไม่ได้จริงๆ ทําให้ผมมีโอกาสต้องไปธนาคารอย่างน้อยเดือนละครั้ง ทุกครั้งที่ไปก็สังเกตเห็นว่าแทบไม่มีคนที่อายุน้อยกว่า 20 ปี มาธนาคารแล้ว นี่เป็นยุคสมัยที่เราไม่จําเป็นต้องเดินทางไปพบปะใคร เราสามารถทําธุรกรรมทางการเงินผ่านสมาร์ทโฟนได้อย่างง่ายดาย อยากทานอาหารก็โทรสั่งได้ จะซื้อตั๋วหนังตั๋วรถ หรือแม้แต่เครื่องบิน ก็สั่งผ่านระบบออนไลน์ได้ หรือถ้าจําเป็นต้องเดินทางก็ไม่มีใครพูดคุยกัน ต่างคนก็ต่างก้มหน้าอยู่กับเครื่องฆ่าเวลาที่ชื่อสมาร์ทโฟน ไม่มีใครสนใจใครกันแล้ว เว้นแต่คุณจะโพสเรื่องน่าสนใจของตัวเองลงในเฟซบุ๊ค บางทีอาจจะมีคนเข้ามากด LIKE บ้างก็ได้ ผมต้องสารภาพตรงๆ ว่าตั้งแต่มีเฟซบุ๊ค ผมก็ไม่นั่งจําวันเกิดของใครอีก เพราะเฟซบุ๊คจะช่วย เตือนความจําให้แก่เราเอง เว้นเสียแต่ว่าเพื่อนของเราจะไม่มีเฟซบุ๊ค หรือเลือกไม่ตั้งค่าวันเกิดของตนเอง ทุกวันนี้ผมแทบจําเบอร์โทรศัพท์ของใครไม่ได้เลย ถ้ามือถือหาย ก็แค่ไปซื้อเครื่องใหม่ แล้วเรียกลิงก์ ซึ่งตั้งค่าผ่านไลน์ หรือ Gmail ไว้เพียงเท่านี้หมายเลขโทรศัพท์ที่บันทึกไว้ทั้งหมดก็จะกลับมา แต่หากจะย้อนกลับไปสักยี่สิบปีสมัยที่ผมยังเรียนในระดับอุดมศึกษา ผมจําเบอร์โทรและวันเกิดเพื่อนได้แทบทุกคน โดยไม่ต้องรอให้เฟซบุ๊คมาเตือนเลย ทุกวันนี้เราสนใจและใส่ใจกันและกันน้อยลงไปจริงหรือเปล่า นั่นเป็นคําาถามที่ผู้อ่านสามารถตอบกับตัวเองได้ หากเราสัตย์ซื่อกับตัวเองมากพอ ผมมีเรื่องจริงเรื่องหนึ่งที่ถูกบันทึกไว้ในพระคัมภีร์ ทําให้เราทราบถึงทัศนคติและวิธีคิดของพระเยซูคริสต์ที่ได้ทรงวางไว้เป็นแบบอย่างแก่เรา ในพระธรรมมาระโก 5:1-20 เป็นเรื่องเกี่ยวกับชายคน  หนึ่งในเมืองเกราซา ที่ไม่มีใครในเมืองสักคนอยากเข้าใกล้หรืออยากสนใจเขา ถ้าเราอ่านพระคัมภีร์ตอนที่ผมยกมาเราจะทราบเหตุผลว่าเพราะอะไรจึงไม่มีใครอยากยุ่งกับชายคนนี้ ประการแรกก็เพราะเขาถูกผีโสโครกเข้าสิง (5:2) และไม่ใช่ผีแค่ตัวเดียว แต่เป็นผีทั้งกองพลที่มีจํานวนราวสองพันตัว […]

เมื่อพระเจ้านำหน้าทุกปัญหามีทางออก 3/16

เมื่อพระเจ้านำหน้าทุกปัญหามีทางออก แพทย์หญิงพิมพ์ประภา วีรสมิทธ์ อายุ 31 ปี จบการศึกษาจากคณะแพทยศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก มหาวิทยาลัยมหิดล ต่อมาเรียนจบเฉพาะทางเป็นศัลยแพทย์ทั่วไป จากโรงพยาบาลวชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช เป็นบุตรสาวคนโตของ นายแพทย์วิกสิต วีรสมิทธ์และ นางพิมพ์ประไพ วีรสมิทธ์ มีน้องชาย คือนายวรสิทธิ์ วีรสมิทธ์ รู้จักพระเจ้า ดิฉันเกิดในครอบครัวที่คุณพ่อคุณแม่เป็นคริสเตียน ท่านเป็นสมาชิก คริสตจักรนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ ดิฉันจึงติดตามท่านไปโบสถ์ตั้งแต่เด็ก ก่อนนอนทุกคืนคุณแม่จะอธิษฐานและอ่านพระคัมภีร์ 365 วันฉบับการ์ตูนให้ดิฉันและน้องชายฟัง ดิฉันชอบเรื่องราวในพระคัมภีร์นั้น คุณแม่สอนให้อธิษฐาน ท่านแนะนําให้อธิษฐานขอสติปัญญาจากพระเจ้าเรื่องการเรียน ดิฉันก็อธิษฐานขอให้เรียนเก่งๆ มาโดยตลอด ดิฉันชอบวิชาศิลปะ ภาษาอังกฤษ และชีววิทยา ดิฉันรู้สึกว่าพระเจ้าช่วยเหลือในการเรียนเสมอมา พระองค์ตอบคําาอธิษฐาน เมื่อดิฉันอ่านพระคัมภีร์ ไม่ว่าจะกังวลใจเรื่องอะไร คําาตอบจะอยู่ในนั้น ทําให้รู้ว่าพระเจ้าอยู่กับเราจริงๆ ทรงฟังคําาอธิษฐานของเราจริงๆ ดิฉันได้ตัดสินใจรับเชื่อพระเจ้าด้วยตัวเองเมื่ออายุประมาณ 10 ขวบ ความเชื่อในพระเจ้ามีมากขึ้นตามประสบการณ์ที่เติบโตกับพระเจ้า ในช่วงที่ดิฉันเรียนอยู่ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4 ดิฉันได้รับทุน AFS ไปเรียนที่ประเทศสหรัฐอเมริกา 1 ปี […]

คำสาปแช่งในพระธรรมอิสยาห์ 3/16

คำสาปแช่งในพระธรรมอิสยาห์ คําถาม การกล่าวโทษ การคาดโทษ หรือ การทํานายเกี่ยวกับชนชาติต่างๆ ในพระธรรมอิสยาห์เป็นคําสาปแช่งจากพระเจ้าด้วยหรือไม่ หรือถ้อยคําในลักษณะใดบ้างที่จัดว่าเป็นคําสาปแช่งทั้งจากพระเจ้าและจากประชากรของพระองค์? คําตอบ ก่อนอื่นต้องขอตอบตามบริบทของพระธรรมอิสยาห์ว่า การเผยพระวจนะของอิสยาห์นี้เน้นหนักที่จะกล่าวต่อว่าชนชาติยูดาห์ แต่ก็ครอบคลุมไปยังประเทศอื่นๆ ทั้งที่อยู่รอบๆ และประเทศที่พระเจ้าส่งมาลงโทษพวกเขาด้วย นอกจากการกล่าวโทษแล้ว พระธรรมอิสยาห์เองก็มีการกล่าวถึงพระพรและพระสัญญาที่พระองค์จะประทานให้กับคนยูดาห์ที่เหลืออยู่ การลงโทษของพระเจ้าต่อคนยูดาห์นั้นไม่ได้เป็นการลงโทษจนพวกเขาถูกทําลายจนหมดสิ้น เพราะพระองค์ทรงระลึกถึงคําสัญญาที่ได้ให้ไว้กับบรรพบุรุษของพวกเขา หากเราพิจารณาบริบทรวมของพระคัมภีร์เดิม เราจะพบว่าคนอิสราเอลเป็นประชากรที่พระเจ้าทรงเลือกสรรออกมาเป็นพิเศษ แต่พระเจ้าไม่ได้จํากัดพระองค์ว่าพระองค์เป็นพระเจ้าของคนอิสราเอลเท่านั้น เพราะพระเจ้าเป็นพระผู้สร้างโลกนี้ และพระองค์ทรงสร้างมนุษย์ทุกคนตามพระฉายาของพระองค์ ถึงแม้ชนชาติอื่นๆ จะไม่ได้นับถือพระเจ้าเหมือนชนชาติอิสราเอล และพวกเขากราบไหว้เทพเจ้าอื่นๆ พระเจ้าก็ยังมีสิทธิอํานาจเหนือพวกเขาอยู่ดี เมื่อเราทําการค้นหาคําว่า “วิบัติ” ซึ่งเป็นคําขึ้นต้นของการสาปแช่งนั้น เราพบว่า ถูกใช้ด้วยกันทั้งหมด 23 ครั้ง และมีอีกคําาหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการแช่งสาปคือคําาว่า “ครุวาท” ที่มีความหมายว่า คําพูดที่หนัก ถึงแม้จะปรากฏเพียงไม่กี่ครั้งในพระธรรมอิสยาห์ก็ตาม แต่มักจะเป็นคําขึ้นต้นของการแช่งสาป เนื้อความของคําาแช่งสาปนี้มักจะเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมที่อธรรมของกลุ่มคนที่ถูกแช่งสาป การแช่งสาปเป็นการกล่าวถึงการลงโทษที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แต่มีอยู่ 2 ตอนที่คําาแช่งสาปไม่ได้มาจากพระเจ้า แต่เป็นคําาอุทานของอิสยาห์เอง เมื่อได้เผชิญกับความบริสุทธิ์ของพระเจ้า (อสย. 6:5) และความชอบธรรมของพระเจ้า (อสย.24:16) ตอนหนึ่งที่เป็นคําแช่งสาปที่น่าสนใจมากคือ อสย.45:7 ที่พระเจ้าตรัสว่า “เราทําให้เกิดสวัสดิภาพและสร้างความวิบัติ” […]

การเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซู ความหวังอันน่ายินดี (ตอนจบ) 2/16

การเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซูความหวังอันน่ายินดี (ตอนจบ) ความเดิมจากตอนที่แล้ว กล่าวถึงแผ่นดินของพระเจ้าเกี่ยวข้องกับการเสด็จกลับมาครั้งที่สองและลักษณะการเสด็จกลับมาของพระเยซู ซึ่งแตกต่างจากการเสด็จมาครั้งแรกเมื่อสองพันปีที่แล้ว ในตอนสุดท้ายนี้เราจะมาหาคำตอบจากคำถามที่ว่าพระองค์จะเสด็จมาทำไม และทำไมการเสด็จมาจึงเนิ่นช้า?พระเยซูเจ้าของเราจะต้องเสด็จมาเพื่อให้แผนการไถ่ให้รอดสำเร็จ เพราะการเสด็จกลับมาครั้งที่สองคือคำตอบของพระเจ้าแก่มวลมนุษย์และแม้แต่ซาตานศัตรูของพระองค์ก็รู้ดีว่าพระเยซูจะเสด็จกลับมา มันจึงมุ่งมั่นแผนการทำลายอย่างไม่หยุดยั้งของพระประสงค์การเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซู7 ประการ 1. พระเยซูเสด็จมาเพื่อรวบรวมบรรดาผู้ที่เลือกสรร ในสมัยพันธสัญญาเดิม ปุโรหิตเป่าแตรเรียกประชาชนเมื่อมีการประชุมใหญ่อย่างไร(กดว. 10:2)ในวันสุดท้ายของโลก ทูตสวรรค์ผู้มีอำนาจจะเรียกคนทั้งหลาย “ ด้วยเสียงแตรที่ดังมาก” เพื่อรวบรวมบรรดาผู้ที่เลือกสรรไว้แล้วจากทั้งสี่ทิศ (มธ.24:31มก.13:27) การ “รวบรวม” สะท้อนให้เห็นถึงความหวังที่ชาวอิสราเอลใคร่เห็นพระเจ้าจะทรงรวบรวมบรรดาชาวยิวที่กระจัดกระจายไปทั่วกลับมา ตาม พระสัญญาของพระองค์(ตัวอย่าง ฉธบ.30:32-2016 180416.indd 14 4/5/2559 6:51อสย.43:3-5 อสค.39:27) หลังจากที่คนเหล่านั้นกระจัดกระจายไปทั่วโลก เพื่อเป็นพยานให้แก่พระ-เยซูคริสต์ (กจ.1:8) บรรดาสาวกจะมารวมตัวกันอีกครั้ง บรรดาผู้เชื่อของพระเยซูก็มีความหวังเช่นเดียวกัน เมื่อพระองค์จะทรงรวบรวมธรรมิกชนและรับทุกคนไปกับพระองค์ 2. พระเยซูเสด็จมาเพื่อเรียกคนที่ตายแล้วให้เป็นขึ้นมา บรรดาผู้เชื่อที่เสียชีวิตจะได้รับสิทธิพิเศษยิ่งที่มีส่วนในการเป็นขึ้นมาจากความตายของพระเยซู“ ถ้าเราเข้าสนิทกับพระองค์แล้วในการตายอย่างพระองค์ เราก็จะเข้าสนิทกับพระองค์ในการเป็นขึ้นจากตายอย่างพระองค์ (รม.6:5 ฟป.3:10) การเป็นขึ้นมาจากความตายของพระเยซูทำให้เรามีความหวังใจ (1 ปต.1:3; 1 ธส.4:14) เป็นสิ่งยืนยันพระสัญญาของพระองค์ (ยน.6:40) หากพระเยซูไม่เรียกให้คนตายคืนชีวิต ข่าวประเสริฐก็ไร้ความหมาย และความหวังของเราก็ไร้ประโยชน์ (1 […]

1 58 59 60 61 62 84