Blog

มั่นคงกว่าเรือใหญ่ มั่นใจแม้ในพายุ 1/16

มั่นคงกว่าเรือใหญ่ มั่นใจแม้ในพายุ มีคำกล่าวว่า “นักเดินเรือที่เก่งและชาวประมงผู้เชี่ยวชาญทะเลจะได้รับการพิสูจน์ก็ต่อเมื่อสามารถคุมเรือฝ่าพายุร้าย” ด้วยเหตุนี้เอง จึงมีผู้อาจหาญท้าทายมหาสมุทรจำนวนมาก ที่พยายามสร้างชื่อเสียงให้ตัวเอง โดยเดินเรือผ่านเส้นทางทะเลที่ยากลำบาก และเต็มไปด้วยมรสุมอันโหดร้าย แต่นักเดินเรือส่วนใหญ่อาจไม่ได้ไปถึงฝั่งฝัน แต่กลับต้องฝากลมหายใจสุดท้ายของตนเองไว้ใต้ท้องทะเลลึก ชีวิตของเราทุกคนก็ไม่ต่างจากการเดินเรือในมหาสมุทรนัก เส้นทางชีวิตที่ยากลำบากที่เราผ่านพ้นมาได้ กลายเป็นบันไดแห่งความสำเร็จที่คนยกย่อง แต่เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่านาวาชีวิตของเราจะอยู่รอดปลอดภัยได้อีกครั้ง เมื่อต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งต่อไป ผมขอยกเรื่องจริงเรื่องหนึ่งในพระคัมภีร์ที่เกี่ยวข้องกับการเผชิญหน้ามรสุมร้ายแห่งท้องทะเล เรื่องราวนี้ถูกบันทึกไว้ในพระธรรมมาระโก บทที่ 4 ข้อ 36-40 ซึ่งผมเชื่อว่าจะให้บทเรียนและความจริงว่า ท่ามกลางสถานการณ์ลำบากที่เหมือนมรสุมร้ายในชีวิตนั้น เราจะมีความมั่นคงในนาวาแห่งชีวิตได้อย่างไร ซึ่งเรื่องราวได้บันทึกไว้ดังนี้ “เมื่อละจากประชาชนแล้ว พวกเขาจึงพาพระองค์ซึ่งประทับในเรือไป มีเรืออีกหลายลำตามไปด้วย  และมีพายุใหญ่เกิดขึ้น คลื่นก็ซัดเข้าไปในเรือจนน้ำจวนจะเต็มเรืออยู่แล้ว  ส่วนพระองค์กำลังบรรทมหนุนหมอนหลับอยู่ที่ท้ายเรือ พวกสาวกจึงมาปลุกพระองค์ทูลว่า “พระอาจารย์ พระองค์ไม่ทรงเป็นห่วงว่าพวกเรากำลังจะพินาศหรือ?” พระองค์จึงทรงลุกขึ้นห้ามลมและตรัสกับทะเลว่า “จงสงบเงียบ” แล้วลมก็สงบ พายุก็เงียบสนิท  พระองค์จึงตรัสกับพวกเขาว่า “ทำไมพวกเจ้ากลัว? พวกเจ้าไม่มีความเชื่อหรือ?” เรื่องที่บันทึกไว้นี้เกี่ยวกับพระเยซูคริสต์และสาวกของพระองค์ เราทราบจากเนื้อหาว่าพระองค์โดยสารเรือเพื่อไปยังจุดหมาย และในขณะที่เรือแล่นอยู่กลางทะเลเกิดพายุใหญ่ขึ้น จนเรือแทบจะจมอยู่แล้ว เรื่องนี้น่าสนใจตรงที่สาวกหลายคนของพระเยซูมีพื้นฐานเป็นชาวประมงมาก่อน แน่นอนว่าพวกเขาต้องมีความเชี่ยวชาญในการเดินเรือดีทีเดียว สังเกตได้ว่าพวกเขาไม่ได้สนใจว่าพระเยซูทรงบรรทมหลับไปในสถานการณ์ปกติ แต่มาวุ่นวายใจเอาเมื่อเกิดพายุใหญ่แล้ว นี่เป็นความจริงอย่างหนึ่งในชีวิตของเราทุกคนด้วย เราแต่ละคนมีความสามารถบางอย่างที่แตกต่างกัน บางคนมั่นใจในความรู้ของตัวเอง บางคนอาจมีฐานะการเงินดี บางคนหน้าตาดี […]

ยุคของพระวิญญาณบริสุทธิ์ 1/16

ยุคของพระวิญญาณบริสุทธิ์ คำถาม มีบางคนบอกว่ายุคสมัยปัจจุบันเป็นยุคของพระวิญญาณบริสุทธิ์ เป็นคำพูดที่ถูกต้องหรือไม่? คำตอบ แนวความคิดนี้ไม่สอดคล้องกับสิ่งที่ปรากฏอยู่ในพระคัมภีร์ เพราะพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ทรงเริ่มกระทำพระราชกิจของพระองค์ตั้งแต่พระธรรมปฐมกาลแล้ว ไม่ใช่เพิ่งเริ่มต้นพระราชกิจของพระองค์ในสมัยพระคัมภีร์ใหม่ พระวิญญาณบริสุทธิ์เริ่มมีบทบาทตั้งแต่สมัยพระคัมภีร์เดิม ในสมัยพระคัมภีร์เดิมพระวิญญาณบริสุทธิ์ถูกเรียกว่า “พระวิญญาณของพระเจ้า”  12ครั้งด้วยกัน พระวิญญาณบริสุทธิ์นี้ถูกกล่าวถึงในช่วงการทรงสร้าง (ปฐก.1:2) ซึ่งเอลีฮูก็ได้ยืนยันว่าพระวิญญาณของพระเจ้าได้ทรงสร้างท่าน (โยบ 33:4) และต่อมาในพระธรรมปฐมกาลเมื่อฟาโรห์เห็นว่า โยเซฟสามารถทำนายความฝัน และอธิบายถึงวิธีการที่จะเตรียมการล่วงหน้าต่อเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นได้ ฟาโรห์ก็ตระหนักว่า โยเซฟคือคนที่มีพระวิญญาณของพระเจ้าสถิตอยู่ด้วย และเป็นผู้ที่เหมาะสมที่จะดูแลงานต่างๆ ของอียิปต์ (ปฐก.41:38-45)จากเรื่องราวของโยเซฟนี้ทำให้เราเห็นว่า คนทั่วไปยอมรับว่าคนที่มีพระวิญญาณบริสุทธิ์อยู่ด้วยนี้คือ คนที่มีสติปัญญาเหนือมนุษย์คนอื่นๆ ต่อมาในสมัยของโมเสสเมื่อพระเจ้าทรงมอบหมายให้คนอิสราเอลสร้างเต็นท์​นัด​พบ หีบ​แห่ง​สักขี​พยาน พระ​ที่​นั่ง​กรุ​ณา​ซึ่ง​อยู่​บน​หีบ​แห่ง​สักขี​พยาน และ​เครื่อง​ใช้​ทุก​อย่าง​สำหรับ​เต็นท์นั้น พระองค์ได้เลือก​เบ​ซา​เลล​บุตร​อุรี​ผู้​เป็น​บุตร​เฮอร์​แห่ง​เผ่า​ยู​ดาห์เป็นหัวหน้ารับผิดชอบงานนี้ และเพื่อให้ท่านทำงานสำเร็จ พระเจ้าทรงให้ท่าน​เต็ม​เปี่ยม​ด้วย​พระ​วิญ​ญาณ​ของ​พระ​เจ้า คือ​ให้​ท่าน​มี​สติ​ปัญ​ญา ความ​เข้า​ใจ​และ​ความ​รู้​ใน​งาน​ช่าง​ทุก​อย่าง (อพย.31:3)เราจะเห็นว่าการเต็มเปี่ยมไปด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ในบริบทนี้คือ การมีสติปัญญา ความเข้าใจ และความรู้ในด้านช่างทุกอย่าง นอกจากนี้พระองค์ยังให้ผู้ช่วยแก่ท่านอีกคนหนึ่งคือ โอ​โฮ​ลี​อับ​บุตร​อา​หิ​สะ​มัค​แห่ง​เผ่า​ดาน  ยิ่งกว่านั้นพระองค์​ยัง​ให้​ทักษะ​แก่​ช่าง​ฝี​มือ​ทุก​คน (อพย.31:6)เหนือสิ่งอื่นใดทั้งเบซาเลลและโอโฮลีอับยังสามารถสอนคนอื่นให้มีทักษะเหมือนท่านได้อีก (อพย.35:34) สิ่งที่น่าสนใจที่เชื่อมโยงระหว่างพระวิญญาณบริสุทธิ์ในพระคัมภีร์เดิมและพระคัมภีร์ใหม่คือเปโตรได้กล่าวถึงผู้เผยพระวจนะในพระคัมภีร์เดิมว่า ผู้เผยพระวจนะเหล่านั้นมีพระวิญญาณของพระคริสต์สถิตในพวกเขาผู้แจ้งให้พวกเขาทราบล่วงหน้าถึงความทุกข์ทรมานของพระคริสต์ (1ปต.1:10-12) พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงควบคุมการเผยพระวจนะ พระวิญญาณบริสุทธิ์ไม่เพียงแต่จะประทานสติปัญญาให้กับบางคน พระองค์ยังทรงควบคุมคำเผยพระวจนะของผู้พยากรณ์ เมื่อบาลาอัมได้รับเชิญจากบาลาคกษัตริย์โมอับให้ไปสาปแช่งคนอิสราเอล แต่เมื่อเริ่มกล่าวคำพยากรณ์ แทนการสาปแช่งกลับกลายเป็นการอวยพรคนอิสราเอล (กดว.24:1-13) […]

วันที่ 31 สิงหาคม – 4 กันยายน 2015 ตรวจคำแปลพระธรรมมาระโกภาษามือ

วันที่ 31 สิงหาคม – 4 กันยายน 2015 ตรวจคำแปลพระธรรมมาระโกภาษามือ ตรวจคำแปลพระธรรมมาระโกภาษามือ ได้มีการประชุมเพื่อตรวจแก้การแปลพระธรรมมาระโกภาษามือไทย โดยผู้เชี่ยวชาญด้านภาษามือจาก SIL และผู้ใช้ภาษามือ ที่อาคารสมาคมพระคริสต-ธรรมไทย กรุงเทพ โดยสมาคมฯ ได้มีส่วนในพันธกิจการแปลพระคัมภีร์ภาษามือ เพื่อให้ผู้พิการทางการได้ยินในประเทศไทยจะได้มีโอกาสเข้าถึงพระคัมภีร์ที่เป็นภาษาของตนเอง การแปลพระคัมภีร์เป็นภาษามือนั้นต้องใช้ระยะเวลาและขั้นตอนในการแปลมากกว่าการแปลพระคัมภีร์เป็นภาษาอื่นมาก ขอท่านได้อธิษฐานเผื่อและสนับสนุนพันธกิจนี้ด้วยการถวายทรัพย์

มอบพระวจนะสู่ 7 ชนเผ่า

มอบพระวจนะสู่ 7 ชนเผ่า สมาคมพระคริสตธรรมไทยได้ทำโครงการ “พระวจนะสู่ 7 ชนเผ่า” เพื่อระดมทุนนำไปซื้อพระคัมภีร์มอบให้แก่พี่น้อง 7 ชนเผ่าในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยเมื่อวันเสาร์ที่ 12 กันยายน 2015 สมาคมฯ ได้นำพระคัมภีร์ส่วนแรกมอบให้แก่ตัวแทนผู้รับใช้พระเจ้าจาก 7 ชนเผ่า ดังต่อไปนี้ พระคัมภีร์ภาษาอาข่า 153 เล่ม ภาษาม้งขาว 28 เล่ม ภาษากะเหรี่ยงสะกอ 40 เล่ม ภาษาเมี่ยน 35 เล่ม ภาษาฉาน 39 เล่ม ภาษาลาหู่ 37 เล่ม ภาษากะเหรี่ยงโปว์ 143 เล่ม ร่วมถวายโครงการมอบพระคัมภีร์ภาษาถิ่น

การเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซู ความหวังอันน่ายินดี (ตอนที่ 1) 4/15

การเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซู ความหวังอันน่ายินดี (ตอนที่ 1) พระคริสตธรรมคัมภีร์ คือสิ่งอัศจรรย์จากสวรรค์ที่มอบไว้แก่ชาวโลก ทุกคนมีสิทธิ์และโอกาสสัมผัสหนังสืออัศจรรย์นี้ด้วยตนเอง ยิ่งอ่านก็ยิ่งพบความจริง มีคำตอบสำหรับทุกคำถามของมนุษย์ยิ่งไปกว่านั้นผู้อ่านจะเห็นถึงแผนงานของพระเจ้าเพื่อโลกและมนุษย์หากเรานำเหตุการณ์ทั้งหมดในพระคัมภีร์มาวาดเป็นภาพปริทัศน์(ภาพกว้างมีหลายเหตุการณ์ Panorama) เราจะเห็นสิ่งที่เหลือเชื่อประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติจากจุดเริ่มต้นถึงตอนจบ ปรากฏให้เห็นอย่างน่าตื่นตา ตื่นใจ บทแรกของหนังสือเล่มนี้บรรยายกำเนิดโลก พระเจ้าทรงวางแผนให้โลกเป็นสวรรค์สำหรับมนุษย์ การสูญเสียสวรรค์และชีวิตนิรันดร์ ภาพพระเยซูเสด็จมาทนทุกข์ เพื่อไถ่มนุษย์คืนจากซาตานบนไม้กางเขน การเสด็จสู่สวรรค์ของพระองค์ และฉากสุดท้ายจบลงที่พระเยซูเสด็จกลับมายังโลกนี้เป็นครั้งที่สองและโลกได้รับการสร้างใหม่ คนชอบธรรมได้รับชีวิตนิรันดร์กลับคืนและพระเจ้าสถิตอยู่กับมนุษย์ตลอดไปเป็นนิตย์ พระธรรมวิวรณ์บทสุดท้าย สองข้อสุดท้าย กล่าวเป็นคำทูลเชิญพระเยซู และอำนวยพรแก่ผู้เชื่อทั้งหลายว่า “พระองค์ผู้ทรงเป็นพยานในเหตุการณ์เหล่านี้ตรัสว่า ‘เราจะมาในเร็วๆนี้แน่นอน’ อาเมน พระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้าเชิญเสด็จมาเถิดขอ พระคุณของพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้าจงอยู่กับทุกคนเถิด อาเมน” (วว.22:20-21) พระดำรัส “เราจะมาในเร็วๆ นี้แน่นอน”คือ พระสัญญาสุดท้ายของพระเยซู ที่บันทึกไว้ในพระคัมภีร์เป็นถ้อยคำแห่งความหวัง เป็นพลังขับเคลื่อนคริตจักรและพันธกิจการประกาศข่าวดีไปทั่วโลกการเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซูเป็นหลักความเชื่อสำคัญที่สุดของพระคัมภีร์ในพันธสัญญาเดิมกล่าวถึงเรื่องเกี่ยวกับ “วันของพระยาห์เวห์” เป็นวันอันมืดมิดของคนอธรรม แต่เป็นวันแห่งความชื่นชมยินดีของบรรดาผู้รักการเสด็จมาปรากฏของพระองค์ (อสย.35:4) “รักการเสด็จมาของพระองค์” (2 ทธ.4:8) พระเยซูตรัสถึงการเสด็จกลับมาของพระองค์ (ลก.21:27 ยน.14:1-4) ทูตสวรรค์ที่ปลอบโยนอัครสาวกเมื่อพระเยซูเสด็จกลับสู่สวรรค์ว่า “พระเยซูองค์นี้ที่ ทรง รับไป จาก ท่าน ทั้ง […]

ความแตกต่างระหว่าง ฉบับเก่า (1971) กับ ฉบับมาตรฐาน (2011) 4/15

ความแตกต่างระหว่าง ฉบับเก่า (1971) กับ ฉบับมาตรฐาน (2011)      คำถาม พระคัมภีร์ไทยฉบับ 1971ดีอยู่แล้ว สำนวนภาษาก็ไพเราะ อีกทั้งใช้เป็นข้อท่องจำแต่เดิมมา ทำไมสมาคมพระคริสตธรรมไทยจึงทำพระคัมภีร์ฉบับใหม่มาแทนที่ด้วยเล่า? ทำไมสมาคมฯ ไม่พิมพ์ฉบับ 1971 ออกมาจำหน่าย? โดยส่วนตัว ชอบฉบับ 1971ไม่ชอบฉบับ 2011 เพราะสำนวนภาษาไม่คุ้นเคยและพระนามพระเจ้าแต่เดิมก็เปลี่ยนไป ไม่คุ้นหู แล้วสมาคมฯ คิดเห็นอย่างไร? อยากรู้ว่าฉบับ 1971 ต่างจากฉบับ 2011อย่างไรบ้าง?      คำตอบ จากคำถามสี่คำถามข้างต้น ทำให้ทราบว่าผู้ถามเป็นคนอนุรักษ์นิยม ท่านมองเห็นคุณค่า ความสำคัญ และ ประโยชน์ของพระคัมภีร์ฉบับเก่า (ในที่นี้คือ ฉบับ 1971) ท่านจึงอยากจะเก็บรักษาและสนับสนุนให้คนรุ่นต่อไปได้ใช้ต่อไปนานเท่านาน. ทางสมาคมฯ เองก็เคารพความเห็นและความนิยมส่วนตัวของท่าน. ทั้งนี้เพราะพระคัมภีร์ทั้งสองฉบับเป็นของสมาคมฯ อย่างไรก็ดี ทางสมาคมฯ ขอเรียนชี้แจงบางสิ่งบางอย่างแก่ท่านเพื่อความเข้าใจร่วมกันและเพื่อตอบข้อสงสัยของท่านด้วยดังนี้คือ ๑. การแก้ไขคำแปลพระคริสตธรรมคัมภีร์ (Revision) เป็นเรื่องธรรมดาและจำเป็นสำหรับทุกประเทศที่ใช้พระคัมภีร์ คือประมาณสามสิบปีหลังจากพี่น้องคริสตชนได้ใช้พระคัมภีร์ฉบับก่อน สมาคมพระคริสตธรรมของแต่ละเเห่งก็จะพิจารณาว่าจะแก้ไขคำแปลของฉบับนั้นหรือไม่? […]

กุญแจความสำเร็จที่พระเจ้าประทาน 4/15

กุญแจความสำเร็จที่พระเจ้าประทาน ทุกวันนี้มีห้างสรรพสินค้าเกิดใหม่ทั้งเล็กกลาง ใหญ่ ไปจนถึง ระดับเมกกะอยู่ทั่วกรุงเทพและปริมณฑลเต็มไปหมดจนนับแทบไม่ไหว นอกจากคนที่ไปเดินเที่ยว ทานอาหาร ดูหนังแล้ว ผมสังเกตเห็นกลุ่มพ่อแม่จำนวนไม่น้อยพาลูกๆของตนมาเรียนพิเศษทั้งวิชาภาษาต่างประเทศ ดนตรีร้องเพลง หรือแม้กระทั่งศิลปะการป้องกันตัว สังคมไทยสมัยนี้แข่งขันกันเรียนรู้จริงๆ พ่อแม่ต่างยินดีที่จะจ่ายเพื่อจับจองห้องเรียนที่เชื่อว่าจะทำให้ลูกของตนประสบความสำเร็จในอนาคต การให้สิ่งที่ดีกับลูกเป็นเรื่องที่น่ายกย่องจริงๆ แต่หลายครั้งมันกลายเป็นความสุดขั้วเมื่อพ่อแม่กับพ่อแม่แข่งกันเองว่าลูกของใครจะเรียนได้มากกว่า ลูกของใครจะเรียนได้ดีกว่า เรากำลังปลูกฝังสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกหลานของเราจริงๆหรือเป็นเรื่องธรรมดาที่คนส่วนใหญ่มักชอบคนเก่ง คนมีความสามารถ มีวาทศิลป์ มีบุคลิก ท่าทางน่าเชื่อถือ และคงปฏิเสธได้ยากว่าคนในยุคนี้ยกย่องคนที่ฐานะ ระดับการศึกษา หรือตำแหน่งทางสังคม และเพื่อให้แน่ใจว่าบุตรหลานของตนจะขึ้นไปอยู่ในระดับแถวหน้าได้จึงกลายเป็นค่านิยมของพ่อแม่ที่จะเลือกสรรโรงเรียนที่ตัวเองคิดว่ายอดเยี่ยมที่สุดโดยไม่สนใจว่าจะมีระยะเวลาเดินทางจากบ้านไกลสักเพียงใด ตลอดจนเลือกชั้นเรียนพิเศษในวันเสาร์อาทิตย์ที่ไม่ใช่เพียงแค่ความรู้วิชาการ แต่พ่อแม่สมัยใหม่ต้องการให้ลูกของตัวเองมีความสามารถรอบด้าน ชั้นเรียนกีตาร์ เปียโนดนตรีไทย รวมทั้งการร้องเพลง หรือเต้น จึงกลายเป็นทางเลือกหลักสำหรับหลายครอบครัว ภาพของพ่อแม่ที่ยืนรอนั่งรอลูกเรียนพิเศษตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำจึงเริ่มกลายเป็นภาพที่ชินตา แน่นอนว่าพ่อแม่ทุกคนมีความปรารถนาดีกับลูกของตนเองจริงๆ และพยายามทุ่มเทอย่างที่สุด และนี่เป็นความรักของพ่อแม่ที่เสียสละเงินทองและเวลาส่วนตัวเพื่อให้ลูกได้และประสบความสำเร็จในอนาคต แต่สิ่งเหล่านี้ใช้กุญแจที่สำคัญที่สุดที่เขาจะใช้ยืนหยัดในยุคต่อไปหรือไม่ ในวันเวลาที่พ่อแม่ไม่อาจยืนอยู่เคียงข้างเขาตลอดไป วันนั้นเขาจะเติบโตมาเป็นคนเช่นไร ผมอยากจะยกตัวอย่างชายคนหนึ่งจากพระคัมภีร์ ชายซึ่งพระเจ้าเป็นคนมอบกุญแจแห่งความสำเร็จให้กับเขา ชายคนนั้นชื่อว่า“โยชูวา”ถ้าผู้อ่านเคยชมภาพยนตร์เรื่อง “บัญญัติสิบประการ” “ปรินซ์ออฟอียิปต์” หรือ “Exodus” เราส่วนใหญ่คงคุ้นเคยกับชายที่ชื่อโมเสส ผู้ที่พระเจ้าทรงใช้ให้นำชนชาติอิสราเอลออกจากความเป็นทาสจากแผ่นดินอียิปต์ ซึ่งมีบันทึกไว้ในพระคัมภีร์ที่ชื่อพระธรรมอพยพ แต่ความจริงแล้วเรื่องไม่ได้จบแค่การข้ามทะเลแดง เล่าเรื่องยาวให้สั้น ความทรยศของคนอิสราเอลต่อพระเจ้าของพวกเขาทำให้เขาต้องทนทุกข์อยู่ในถิ่นทุรกันดารนานถึง 40 ปี และโมเสสในวัย […]

พระเจ้ายิ่งใหญ่ ไร้ขีดจำากัด 4/15

พระเจ้ายิ่งใหญ่ ไร้ขีดจำากัด ถ้าลูกจะต้องเจอ บทเรียนที่ยังไม่เข้าใจพระองค์ทรงรู้ดีว่าแค่ไหนที่ลูกทนไหวแม้ลูกต้องเผชิญกับความยากเย็นสักเท่าไหร่ถ้าพระองค์เห็นสมควร ลูกก็อยากจะเข้าใจเพราะลูกนั้นรู้ว่าพระองค์ทรงมีแผนการที่ดีเท่าไหร่จะมีแค่เพียงสิ่งเดียว ที่ลูกนั้นอยากจะขอลูกขอพระองค์ประทานความเชื่อให้เต็มดวงใจและขอให้ลูกนั้นอดทนได้ไม่ว่าจะพบอะไรลูกขอพระองค์ประทานจิตใจ ที่มั่นคงไม่หวั่นไหว ให้สมกับที่ลูกได้เป็นผู้รับใช้ บทเพลง“ผู้รับใช้” เป็นเหมือนเพลงที่ถ่ายทอดคำอธิษฐาน ในยามยากลำบากด้วยเนื้อเพลงที่กินใจ และร้องออกมาจากส่วนลึกของหัวใจด้วยน้ำเสียงอันไพเราะนี้ ทำให้บทเพลงนี้ยังคงดังก้องอยู่ในความทรงจำของหลายๆ คน เพลงนี้ขับร้องโดยทายาทของคริสเตียนรุ่นเก่า ในวงการคริสเตียนคงไม่มีใครปฏิเสธว่าไม่รู้จักนามสกุล“วงศ์สรรเสริญ” ที่ดำเนินชีวิตบนเส้นทางการรับใช้พระเจ้ามาตลอด และเขา…เป็นทายาทที่เติบโตมากับชีวิตบนเส้นทางดนตรี เพลงที่เขาร้องจึงได้รับความนิยม และใช้ร้องกันอย่างกว้างขวางในคริสตจักรทั่วไป สำหรับเขาดนตรีแห่งการนมัสการพระเจ้าคือชีวิตของเขา พระเจ้าได้อวยพรให้เขาได้มีโอกาสร้องเพลงให้คนทั้งประเทศฟัง และยังมีส่วนร่วมในวงการดนตรีของประเทศไทย ทั้งในฐานะศิลปินและผู้กำกับดนตรีของรายการ ชื่อดังขอแนะนำให้รู้จักกับ คุณวุฒิ วงศ์สรรเสริญ อายุ 35 ปี จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ปัจจุบันเป็นศิลปินในสังกัด Love is ของคุณบอยโกสิยพงษ์ กับวงดนตรีชื่อ The Begins และเป็นผู้กำกับดนตรีรายการ The Voice และ The Winneris เป็นผู้ช่วยศิษยาภิบาลคริสตจักรเขาหินซ้อนแบ๊บติสต์ เป็นผู้ก่อตั้งวงดนตรีคริสเตียนชื่อวง “เยเรมีย์” ผลงานเพลงอัลบั้ม Not by Chance อัลบั้ม Independent 1 และ […]

ทำไมคริสตชนไทยจึงต้องอ่านพระคัมภีร์เดิม? 3/15

ทำไมคริสตชนไทยจึงต้องอ่านพระคัมภีร์เดิม? พระคัมภีร์เดิมเป็นของคนยิวพวกเดียวหรือเป็นของคริสตชนด้วย ปัจจุบันมีคนจำนวนไม่น้อยเข้าใจผิดคิดว่า พระคัมภีร์เดิม เป็นพระคัมภีร์ของคนยิวพวกเดียว เราเป็นคริสตชน เราได้รับความรอดแล้ว เราไม่ต้องอ่านพระคัมภีร์เดิมอีกต่อไป เราอ่านแต่พระคัมภีร์ใหม่ก็พอ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง พระคัมภีร์ของคริสตชนนั้นประกอบด้วยพระคัมภีร์เดิมและใหม่ เมื่อคริสตชนพูดถึงพระคัมภีร์หมายถึงพระคัมภีร์เดิมและใหม่ ในสมัยของพระเยซูคริสต์เมื่อพระองค์ทรงกล่าวถึงพระคัมภีร์ พระองค์หมายถึงพระคัมภีร์เดิม เพราะในสมัยของพระองค์ พระคัมภีร์ใหม่ยังไม่ได้เกิดขึ้น พระเยซูได้อ้างว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับพระองค์นั้น แท้ที่จริงเป็นพระสัญญาของพระเจ้าในพระคัมภีร์เดิม หลังจากที่พระองค์ทรงเป็นขึ้นจากความตายแล้ว พระองค์ได้ปรากฏกับสาวกของพระองค์หลายครั้ง ครั้งหนึ่งได้ปรากฏขณะที่พวกเขากำลังประชุมอยู่ พระองค์ตรัสกับเขาว่า “นี่​เป็น​ถ้อย​คำ​ของ​เรา ซึ่ง​เรา​บอก​ไว้​กับ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ขณะ​ที่​เรา​ยัง​อยู่​กับ​ท่าน​ว่า บรร​ดา​ถ้อย​คำ​ที่​เขียน​ไว้​ใน​หมวด​ธรรม​บัญ​ญัติ​ของ​โม​เสส ใน​หมวด​ผู้​เผย​พระ​วจนะ และ​ใน​หมวด​เพลง​สดุดี​ที่​กล่าว​ถึง​เรา​นั้น จำ​เป็น​จะ​ต้อง​สำ​เร็จ”แล้ว​พระ​องค์​ทรง​ช่วย​ให้​ใจ​ของ​พวก​เขา​สว่าง​เพื่อ​จะ​ได้​เข้า​ใจ​พระ​คัม​ภีร์พระ​องค์​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “มี​ถ้อย​คำ​เขียน​ไว้​อย่าง​นั้น​ว่า พระ​คริสต์​จะ​ต้อง​ทน​ทุกข์​และ​เป็น​ขึ้น​จาก​ตาย​ใน​วัน​ที่​สามและ​จะ​ต้อง​ประ​กาศ​ทั่ว​ทุก​ประ​ชา​ชาติ​ใน​พระ​นาม​ของ​พระ​องค์​เรื่อง​การ​กลับ​ใจ​ใหม่ เพื่อ​การ​ยก​บาป โดย​เริ่ม​ต้น​ที่​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม” ( ลูกา 24:44-47) พระเยซูคริสต์ทรงอ้างพระคัมภีร์เดิมครบทั้งสามหมวด คือหมวดธรรมบัญญัติ หมวดผู้เผยพระวจนะ และหมวดเพลงสดุดีหรือหมวดข้อเขียน ซึ่งวิธีการแบ่งหมวดที่พระเยซูคริสต์ทรงกล่าวถึงนี้เป็นการแบ่งหมวดตามการแบ่งหมวดของคนยิว พระองค์ได้ย้ำว่า  สิ่งที่เกิดขึ้นกับพระองค์นั้นจำเป็นต้องเกิดขึ้น เพราะเป็นสิ่งที่ได้บันทึกไว้ในพระคัมภีร์เดิม และเป็นสิ่งที่จะต้องประกาศไปทั่วโลก ดังนั้น หากเราไม่อ่านพระคัมภีร์เดิม เราก็จะไม่มีเนื้อหาที่จะประกาศ เรื่องราวในพระคัมภีร์ใหม่ไม่ใช่เรื่องแต่ง ในสมัยคริสตจักรยุคแรกอัครสาวกเปโตรถูกกล่าวหาว่าเอาเรื่องนิยายมาเล่าให้ฟัง ท่านจึงได้ตอบโต้ว่า “เพราะ​ว่า​เรา​ไม่​ได้​คล้อย​ตาม​นิยาย​ที่​แต่ง​ขึ้น​อย่าง​ชาญ​ฉลาด เมื่อ​เรา​ได้​ประ​กาศ​ให้​พวก​ท่าน​ทราบ​ถึง​ฤทธา​นุภาพ และ​การ​เสด็จ​กลับ​มา​ของ​พระ​เยซู​คริสต์​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ของ​เรา​ทั้ง​หลาย แต่​เรา​เป็น​สักขี​พยาน​ถึง​ความ​ยิ่ง​ใหญ่​ของ​พระ​องค์เพราะ​ว่า​คราว​เมื่อ​พระ​องค์​ทรง​ได้​รับ​พระ​เกียรติ​และ​พระ​สิริ​จาก​พระ​เจ้า​พระ​บิดา และ​พระ​สุร​เสียง​จาก​พระ​สิริ​อัน​ยิ่ง​ใหญ่​ได้​มา​ถึง​พระ​องค์​ว่า “ท่าน​ผู้​นี้​เป็น​บุตรของ​เรา​และ​เป็น​ที่​รัก​ของ​เรา […]

คำสาปฟาโรห์ 3/15

คำสาปฟาโรห์ สมัยที่ผมยังเรียนชั้นประถมศึกษา น้าสาวคนสุดท้องมีการ์ตูนเรื่องโปรดอยู่เรื่องหนึ่ง เด็กผู้ชายอย่างผมมักล้อเลียนการ์ตูนแบบนั้นว่าการ์ตูนผู้หญิง หรือการ์ตูนตาหวาน แต่พอผมลองแอบหยิบขึ้นมาอ่าน ก็วางไม่ลงจริงๆ จะมีข้อเสียตรงที่ผู้เขียนช้าเหลือเกิน ทุกวันนี้ผมเรียนจบปริญญาโทมาสิบกว่าปีแล้ว แต่การ์ตูนเรื่องนี้ ก็ไม่มีทีท่าว่าจะเขียนจบ สักทีการ์ตูนเรื่องนั้นชื่อ “คำสาปฟาโรห์” เรื่องราวของสาวฝรั่งผมทองที่หลงไปในยุคอียิปต์โบราณมีเนื้อเรื่องชวนน่าติดตามมากจริงๆ แต่นั่นก็เป็นเพียงจินตนาการ ของผู้เขียนเท่านั้น แต่คำสาปฟาโรห์มีอยู่จริงเมื่อผมได้เปิดอ่านในพระธรรมอพยพ เรื่องราวภัยพบัตินานาประการ ที่พระเจ้า มีต่อฟาโรห์ มีใจแข็งกระด้าง  และพยายามต่อสู้พระเจ้าเที่ยงแท้ อย่างไม่ลดละ  นำมาซึ่งความพินาศย่อยยับของประเทศมหาอำนาจในยุคโบราณ สร้างความเสียหายร้ายแรงยิ่งกว่าคำสาปในนิทานหรือการ์ตูนมากมายนัก โลกในยุคโลกาภิวัฒน์คงไม่มีใครสนใจเรื่องเล่าที่เป็นตำนาน หรือนิทานเรื่องเล่ามากมายนัก เว้นเสียแต่อ่านเพื่อความเพลิดเพลิน แต่พระคำของพระเจ้านั้นเป็นความจริงที่เราสามารถแสวงหาได้พบเป็นสิ่งที่เตือนใจเราได้อยู่เสมอ และเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ชีวิตของเราต้องย่อยยับไปดั่งฟาโรห์ ผู้มีใจดื้อดึง บทเรียนและเรื่องราวของกษัตริย์ในโลกโบราณที่ผมกำาลังจะกล่าวถึงต่อไปนี้น่าจะให้บทเรียนที่สำาคัญแก่คนที่ต้องการพร และหลีกเลี่ยงคำสาปแช่งได้เป็นอย่างดี ผมขอยกข้อพระคัมภีร์ 3 ข้อจากพระธรรมอพยพ ซึ่งจะสอนให้เรามีชีวิตที่ได้รับพรและไม่ต้องคำสาปดังชีวิตของฟาโรห์ ดังนี้ อพยพ 4:23 เราบอกแก่เจ้าว่า “จงปล่อยบุตรของเราให้ไปนมัสการเรา” ถ้าเจ้าไม่ยอม เราจะประหารบุตรหัวปีของเจ้าเสีย’ ” อพยพ 8:20 พระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสว่า“จงลุกขึ้นแต่เช้าแล้วไปคอยเข้าเฝ้าฟาโรห์ ฟาโรห์กำาลังมายังแม่น้ำ แล้วเจ้าจงบอกเขาว่า ‘พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า “จงปล่อยประชากรของเราไปนมัสการเรา อพยพ 10:3 โมเสสและอาโรนจึงไปเข้าเฝ้าฟาโรห์ทูลว่า […]

1 60 61 62 63 64 84