Blog

ทำไมพระคัมภีร์ฉบับมาตรฐาน แปล 1 ยอห์น 5:19 “…แต่โลกทั้งหมดอยู่ในมือของมารร้าย” 3/17

ทำไมพระคัมภีร์ฉบับมาตรฐาน แปล 1 ยอห์น 5:19 “…แต่โลกทั้งหมดอยู่ในมือของมารร้าย” ทำไมพระคัมภีร์ฉบับมาตรฐาน 2011 แปล 1 ยอห์น 5:19 ว่า “…แต่โลกทั้งหมดอยู่ในมือของมารร้าย” ทั้งๆ ที่ในภาษากรีกไม่มีคำว่า “มือ” หรือ “อานุภาพ” แต่ตามตัวอักษรของข้อนี้ในต้นฉบับกรีกแปลว่า “ทั่วทั้งโลกอยู่ใต้การปิดบังของมารร้าย!” ? . ก่อนอื่นขออธิบายว่า การแปลพระคัมภีร์ของสมาคมพระคริสตธรรมไทยนั้น ไม่ได้แปลโดยบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่แปลโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของภาษาเดิมของพระคัมภีร์ และมีความรู้เรื่องศาสนศาสตร์อย่างดี การแปลพระธรรมแต่ละเล่มนั้นจะต้องผ่านขั้นตอนหลายขั้นตอน ขั้นตอนแรกคือเมื่อผู้แปลคนแรกแปลเสร็จ ก็จะต้องส่งต่อให้ผู้แปลคนที่สองเพื่อตรวจสอบการแปลเพื่อความถูกต้อง นอกจากนั้นยังส่งให้อนุกรรมการตรวจสอบคำแปลอ่านด้วย หลังจากที่ได้รับคำเสนอแนะจากผู้แปลคนที่สองและอนุกรรมการตรวจสอบคำแปลแล้ว ผู้แปลคนแรกจะทำการแก้ไข และส่งให้ที่ปรึกษาฝ่ายการแปลของสหสมาคมพระคริสตธรรมสากล (United Bible Societies) ซึ่งเป็นนักวิชาการที่มีความสามารถในเรื่องการแปลพระคัมภีร์โดยเฉพาะ  สหสมาคมพระคริสตธรรมสากล เป็นองค์กรที่ทำการแปลพระคัมภีร์มากที่สุดในโลก และได้จัดทำคู่มือการแปลพระคัมภีร์ให้กับผู้แปลทั่วโลก เพื่อให้การแปลพระคัมภีร์ทั่วโลกมีมาตรฐาน สมาคมพระคริสตธรรมไทยเป็นสมาชิกสมบูรณ์ของสหสมาคมพระคริสตธรรมสากล ดังนั้นการแปลพระคัมภีร์ของสมาคมพระคริสตธรรมไทยจึงเป็นการแปลที่ได้มาตรฐานสากล ผู้อ่านทุกท่านจึงสามารถมั่นใจได้ว่า พระคัมภีร์ที่แปลโดยสมาคมพระคริสตธรรมไทยนั้นเป็นพระคัมภีร์ที่น่าเชื่อถือและถูกต้อง . อีกประการหนึ่งเมื่อพิจารณาคำถามนี้แล้ว จะเห็นว่าข้อความที่ยกมานี้เป็นเพียงครึ่งหลังของ 1 ยอห์น 5:19 โดยไม่ได้พิจารณาครึ่งแรกของข้อนี้ซึ่งมีข้อความว่า “เรา​​รู้​ว่า​เรา​เกิด​จาก​พระ​เจ้า” […]

คำสอนเท็จ จักพ่ายแพ้ความจริง 3/17

คำสอนเท็จ จักพ่ายแพ้ความจริง อนุสนธิจากการที่ผู้เขียนไปร่วมรายการ “ถามตรงกับจอมขวัญ” สถานีโทรทัศน์ไทยรัฐ ช่อง 32 เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา เพื่อตอบคำถามที่สังคมสงสัยเกี่ยวกับคำสอนของนายเล่าย่าง แซ่จาง หรือที่กลุ่มผู้ติดตามของเขาเรียกว่า “ว่างฝือ” ผู้อ้างว่าสามารถติดต่อกับพระเจ้าและทูตสวรรค์ได้ และชักชวนผู้ติดตามให้เข้าไปในป่าเพื่อทดสอบความเชื่อ มีการชำระบาปที่ผิดไปจากคำสอนของพระคัมภีร์ โดยกลุ่มนี้อ้างว่า พวกตนเป็นสมาชิกของคริสตจักรเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีส ทำให้ประชาชนทั่วไปเกิดความเข้าใจผิดต่อคริสตจักรเซเว่นธ์เดย์ฯ และคริสตศาสนาโดยรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีผลกระทบต่อการทำหน้าที่ของผู้รับใช้ในในคริสตจักรเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีสโดยตรง ผลจากการเข้าร่วมกิจกรรมของกลุ่ม ทำให้ผู้ปกครองหญิงสาวและสามีของสตรีที่เข้าร่วมกลุ่ม นำเรื่องไปแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวหาว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศ ต่างกรรมต่างวาระ ซึ่งเรื่องนี้ผู้เขียนจะไม่ขอพาดพิงถึง ทุกอย่างจะพิสูจน์จากหลักฐานและให้ศาลเป็นผู้ตัดสิน อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่ข่าวนี้กระจายออกไป กลุ่มผู้ติดตามนายเล่าย่างบางคน ได้ให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชน กล่าวถึงพิธีกรรมทางศาสนาที่พวกตนปฏิบัติ ซึ่งไม่ถูกต้องตามคำสอนของพระคัมภีร์และหลักข้อเชื่อคริสเตียน และคริสตจักรเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีสไม่เคยมีคำสอนนี้ ข่าวที่กระจายออกไปตามสื่อต่างๆ ได้สร้างความเข้าใจผิด และทำให้คริสเตียนและคริสตจักรในประเทศไทยโดยรวมได้รับผลกระทบ ในฐานะที่ผู้เขียนเป็นสมาชิกคริสตจักรเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีส ใคร่ขอโอกาสอธิบายความเป็นมาของปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดความกระจ่างและเพื่อให้พี่น้องคริสเตียนทุกคณะนิกายใช้เป็นข้อมูลตอบคำถามแก่ผู้สงสัยต่อไป ความเป็นมาของกลุ่ม ก่อนที่นายเล่าย่างเข้ามารับเชื่อเป็นคริสเตียน เขานับถือผี ตามความเชื่อของกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง เมื่อถูกผีรบกวนจึงหันมารับเชื่อพระเยซูเมื่อปี 2003 ต่อมาเขาเริ่มอ้างว่าเขาได้รับนิมิตจากพระเจ้า และเขียนสิ่งที่ได้รับมาแจกแก่ผู้สนใจ อัดสำเนาแจกแก่สมาชิกตามโบสถ์ต่างๆ โดยเฉพาะในคริสตจักรเซเว่นธ์เดย์ฯ […]

ยอม “คุณอติเทพ วรวิจิตราพันธ์” 3/17

ยอม คุณอติเทพ วรวิจิตราพันธ์ รู้จักพระเจ้า แต่เดิมนั้นในครอบครัวของผมจะมีคุณยายกับคุณแม่เป็นคริสเตียน คุณแม่พยายามที่จะประกาศเรื่องราวของพระเจ้าให้คุณพ่อฟังบ่อยๆ แต่คุณพ่อก็ไม่ยอมรับเชื่อ คุณพ่อบอกว่าถ้าพระเจ้าประทานให้เขามีกิจการ เขาก็จะมาเชื่อพระเจ้า แล้ววันหนึ่งคุณพ่อก็มีกิจการเป็นของตัวเอง คุณพ่อจึงมาเชื่อพระเจ้า คุณพ่อเป็นคนที่รักษาคำพูด เป็นคนที่ถ้ารับปากใครแล้วจะต้องทำตามนั้น และคุณพ่อก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย ส่วนตัวผมช่วงที่เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ผมคิดหลายอย่างเกี่ยวกับเรื่องพระเจ้า คิดว่าสวน ดอกไม้เกิดขึ้นได้อย่างไร คิดเรื่องของพุทธศาสนาถ้าเป็นจริง แล้วพระเจ้าไม่ใช่เรื่องจริงจะเป็นอย่างไร คิดเยอะมาก จนสุดท้ายมีคนเล่าเรื่องหนึ่งให้ผมฟัง ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมมักจะนำไปเล่าให้เพื่อนฟังอยู่บ่อยๆ เป็นเรื่องที่ทำให้คิดว่าพระเจ้ามีจริงแน่นอน คือมีนักเรียน 2 คน คนหนึ่งเป็นคริสเตียน อีกคนไม่เป็น คนที่เป็นคริสเตียนพยายามประกาศเรื่องของพระเจ้า แต่คนที่ไม่เป็นคริสเตียนก็ไม่เคยเชื่อเลย วันหนึ่งคนที่ไม่เป็นคริสเตียนมาหาเพื่อนที่เป็นคริสเตียนที่บ้าน ขณะที่กำลังรอเพื่อน ก็เดินเล่นไปเรื่อยและเดินลงไปห้องใต้ดินซึ่งเป็นห้องทดลองวิทยาศาสตร์ แล้วเขาก็เห็นโมเดลจักรวาลทั้งหมดที่จำลองจากของจริง ระหว่างที่เขากำลังเล่นอยู่ เพื่อนที่เป็นคริสเตียนก็มา คนที่ไม่เป็นคริสเตียนก็บอกว่าเขาชอบโมเดลนี้มากเลย ทำที่ไหน เขาอยากทำบ้าง คนที่เป็นคริสเตียนคิดขึ้นได้จึงบอกว่า ไม่รู้เหมือนกันว่ามาจากไหน เขาไม่ได้ทำ อยู่ๆ ก็มาเอง แต่คนที่ไม่เป็นคริสเตียนไม่เชื่อว่าโมเดลนี้จะเกิดขึ้นเอง เราลองคิดดูว่าของเล็กๆ ที่วางอยู่ตรงนี้พอบอกว่าเกิดขึ้นเองก็ไม่เชื่อ ในขณะที่สิ่งที่เป็นของจริงไม่ได้จำลอง เกิดขึ้นและมีอยู่อย่างเป็นระบบระเบียบ และคุณกลับเชื่อว่ามันเกิดขึ้นเอง นี่จึงทำให้ผมเชื่อว่า พระเจ้ามีจริงแน่นอน ผมคิดว่าคนจะเชื่อเรื่องของพระเจ้าก็ต้องเชื่อว่าพระเจ้ามีจริงก่อน […]

บทเรียนยิ่งใหญ่จากอิสราเอล 2/17

บทเรียนยิ่งใหญ่จากอิสราเอล ผู้เผยพระวจนะโฮเชยากล่าวว่า “เมื่ออิสราเอลยังเด็ก เราก็รักเขา… เราจูงเขาด้วยสายแห่งความเมตตา” (ฉชย.11:1,4) สายใยแห่งรักนี้ไม่เคยหายไปจากอิสราเอล ผู้เขียนเป็นพยานได้เพราะเห็นด้วยตาตนเองเมื่อไปทัศนศึกษาที่อิสราเอลหนึ่งสัปดาห์ ในอดีตเคยเดินทางไปอิสราเอลในปี 2010 ผู้เขียนได้ท่องเที่ยวไปตามสถานที่สำคัญต่างๆ ทางประวัติศาสตร์ในพระคัมภีร์ และต่อมาในเดือนมีนาคม 2016 ก็มีโอกาสกลับไปเยือนที่นั่นเป็นครั้งที่สอง อิสราเอลเป็นประเทศเล็กๆ มีพื้นที่ใหญ่กว่าจังวัดเชียงใหม่เพียงเล็กน้อย (ประมาณ 20,770 ตร.กม.) แต่มีบทบาทในสังคมโลกมากมาย เป็นข่าวตามสื่อต่างๆ เสมอ นับตั้งแต่ประกาศเป็นรัฐอิสราเอลในวันที่ 14 พฤษภาคม ค.ศ. 1948 จนถึงปัจจุบัน รวมเวลา 69 ปี ที่คนยิวได้เปลี่ยนแผ่นดินแห้งแล้งให้กลายเป็นแผ่นดินอุดมสมบูรณ์ เวลานานนับสองพันปีที่แผ่นดินนี้อยู่ใต้การปกครองของคนข่างชาติ นับตั้งแต่พระวิหารถูกทำลายใน ค.ศ. 70 แผ่นดินนี้ถูกคนต่างชาติครอบครอง บางส่วนถูกทิ้งร้าง กลายเป็นทะเลทรายเวิ้งว้าง ต้นไม้ถูกตัด ไม่มีใครสนใจทำนุบำรุง แต่ประมาณ 70 ปีที่แล้ว ชาวยิวรุ่นใหม่ได้กลับไปสร้างชาติ พวกเขาต่างหวงแหนแผ่นดินของบรรพบุรุษ เพราะแผ่นดินนี้ได้มาโดยการซื้อจากชาวพื้นเมืองด้วยราคาแพงพวกเขาใช้เงินจำนวนมหาสารซื้อที่ดินว่างเปล่า แห้งแล้ง ต่อมาเมื่อมีการพื้นฟูสภาพ พัฒนา  บำรุงดิน อิสราเอลยุคใหม่กลายเป็นดินแดนอุดมสมบูรณ์ มัคคุเทศก์ชาวยิวเล่าให้ฟังว่า เมื่อที่ดินอุดมสมบูรณ์ขึ้น […]

กำไรของความทุกข์คือความทุกข์ที่ไม่ขาดทุน 2/17

กำไรของความทุกข์คือความทุกข์ที่ไม่ขาดทุน เด็กหญิงคนหนึ่งที่ลืมตาดูโลกขึ้นมา เมื่อเธอจำความได้เธอก็ต้องเผชิญกับปัญหามากมาย เริ่มตั้งแต่คุณพ่อเสียชีวิตตั้งแต่เธออายุ 7 ขวบ คุณแม่ไม่รักเธอเลยและเลี้ยงดูเธอเอาไว้ใช้งาน ไม่ให้ไปเรียนหนังสือ ในด้านร่างกายเธอเกิดมาก็มีเส้นเอ็นที่เท้าผิดปกติ ถ้าเดินมากๆ ก็จะเกิดอักเสบทรมานมาก ทำให้เธอรู้สึกหมดหวัง ไม่มีที่พึงในชีวิต เธอคิดจะไปวัดบวชชีและใช้ชีวิตจบลงตรงที่วัด เมื่อตอนอายุประมาณ 18 ปี แต่แล้วพระเจ้าก็เมตตาให้เธอได้พบกับ ดร.บิวเกอร์ (ซึ่งรู้จัก ดร.เกรส ผู้เชี่ยวชาญในการผ่าตัดแก้ไขความพิการ) มาซื้อของที่รานของน้าและแนะนำให้เธอไปที่โรงพยาบาลคริสเตียนมโนรมย์ และที่นั่นทำให้ชีวิตของเธอเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เธอได้พบและได้รู้จักพระเยซูคริสต์เจ้า พระองค์ได้เปลี่ยนจิตใจที่มืดดำสิ้นหวังของเธอให้กลายเป็นสีชมพู หัวใจของเธอเต็มล้นด้วยสันติสุขในพระเจ้า เธอได้มอบชีวิตของเธอให้อยู่ภายใต้การทรงนำของพระองค์ โดยยึดพระคัมภีร์เป็นหลักนำชีวิต ขอแนะนำให้รู้จักกับ คุณรีณา เอี๊ยบ อดีตผู้อำนวยการสมาคม YWCA เริ่มต้นชีวิต ดิฉันเกิดมาในครอบครัวคนจีน คุณพ่อเสียชีวิตตั้งแต่ดิฉันอายุได้ 7 ขวบ แม่แต่งงานใหม่มีลูกใหม่ซึ่งทำให้แม่ไม่รักฉันเลย ฉันเป็นลูกชังของแม่ เพราะพ่อกับแม่มีความขัดแย้งกันตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่ และความขัดแย้งนี้ก่อให้เกิดความเกลียดชังตกมาที่ดิฉัน แม่เลี้ยงฉันไว้ใช้งาน ตลอดชีวิต 7-8 ขวบฉันรู้จักทำงานเป็น แม่ไม่ให้ไปเรียนหนังสือเหมือนเด็กคนอื่นๆ แม่กลัวว่าฉันจะเก่งขึ้นและทิ้งท่านไป ฉันต้องอยู่กับพ่อเลี้ยงและน้องเลี้ยง จิตใจฉันต้องจมอยู่กับความเกลียดชังพ่อเลี้ยง น้องเลี้ยง เกลียดแม่ เพราะพวกเขาเกลียดฉันก่อน ฉันจึงเกลียดเขาตอบ […]

การแปลที่ซื่อสัตย์เป็นอย่างไร? 2/17

การแปล ที่ซื่อสัตย์เป็นอย่างไร? คอลัมน์ “ท่านถาม ฝ่ายแปลตอบ” ฉบับนี้ จะตอบคำถามของสองท่านที่ถามเกี่ยวกับคำแปลในพระธรรมเฉลยธรรมบัญญัติ 15:18 และพระธรรมดาเนียล 11:32 ตามลำดับ โดยผู้ถามเห็นว่าฉบับมาตรฐานแปลผิดและแปลไม่ตรงความหมายในภาษาเดิม ดังนั้นทางฝ่ายแปลขอเรียนตอบท่านดังนี้ พระธรรมเฉลยธรรมบัญญัติ 15:18 ฉบับ 1971 เมื่อท่านปล่อยเขาให้เป็นอิสระนั้น ท่านอย่ารู้สึกหนักอกหนักใจ เพราะว่าเขาได้รับใช้ท่านมาเจ็ดปี ด้วยค่าแรงครึ่งหนึ่งของลูกจ้างเท่านั้น พระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านจะทรงอำนวยพระพรแก่ท่าน ในการที่ท่านได้กระทำนั้น ฉบับ 2011 เมื่อท่านปล่อยเขาให้เป็นอิสระนั้น ท่านอย่ารู้สึกหนักใจ เพราะเขาได้รับใช้ท่านมาหกปี ด้วยแรงงานสองเท่าของค่าแรงลูกจ้าง และพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านจะทรงอวยพรแก่ท่าน ในทุกสิ่งที่ท่านได้ทำนั้น คำถาม พระคัมภีร์ฉบับมาตรฐาน 2011 น่าจะมีการแปลผิดใน เฉลยธรรมบัญญัติ 15:18 คือน่าจะแปลเป็น “ด้วยแรงงานครึ่งหนึ่งของค่าแรงของลูกจ้างเท่านั้น” โดยเทียบเคียงกับฉบับก่อนหน้านี้คือฉบับ 1971 นอกจากนี้ฉบับภาษาอังกฤษหลายๆ ฉบับ ก็แปลว่า “ค่าจ้างเพียงครึ่งเดียว” คำตอบ หากเปรียบเทียบคำแปลพระธรรมเฉลยธรรมบัญญัติ 15:18 ระหว่างพระคัมภีร์ฉบับ 1971 และฉบับ 2011 เราพบความแตกต่างข้างต้น และเมื่อสังเกตดีๆ ก็จะเห็นว่ามีความแตกต่างสำคัญสองจุดที่ก่อให้เกิดคำถาม […]

กล่องกับของข้างใน 1/17

กล่องกับของข้างใน สมัยที่ผมเรียนจบใหม่ๆ ผมได้รับแหวนทองวงเล็กๆ วงหนึ่งเป็นของขวัญ มันเป็นของที่มีค่าที่สุดที่ผมเคยได้รับที่สามารถใส่ไว้ในร่างกายได้ ผมดีใจที่ได้มันมาก แต่พบว่าผมนอนหลับไม่ค่อยสนิท บางที่ก็ตื่นขึ้นมาดูว่ามันยังอยู่ที่นิ้วของตัวเองไหม เวลาเดินในที่เปลี่ยวๆ ก็ซ่อนไว้ในกางเกงกลัวคนมาเห็นและจะมาขโมยมันไป จนในที่สุดผมทำมันหายไป ผมเสียใจอยู่หลายวัน แต่น่าแปลกหลังจากนั้นผมหลับสนิทไม่ตื่นขึ้นกลางดึกอีกเลย ผมเคยได้ยินชื่อเพลงลูกทุ่งเพลงหนึ่งชื่อว่า “กระเป๋าแบนแฟนทิ้ง” ชื่อของเพลงสะท้อนค่านิยมของคนในยุคปัจจุบันได้ดี เราแต่ละคนมุ่งมั่นหาความสำเร็จของชีวิต หาทรัพย์สินเงินทองมาใส่ให้เต็มกระเป๋า แต่พอได้มากขึ้น เราก็เปลี่ยนกระเป๋าให้ใหญ่ขึ้น เปลี่ยนกล่องใส่ทรัพย์สมบัติของเราให้สะสมได้มากขึ้น ของเต็มกล่องไม่ได้ถมจิตใจของมนุษย์ให้เต็มได้ เพราะเต็มแล้วเราก็หากล่องใหม่ที่ใหญ่ขึ้น พระคัมภีร์ลูกาบทที่ 10 ข้อ 17-19 พระเยซูคริสต์ตรัสอุปมาเรื่องของเศรษฐีที่เก็บพืชผลได้มาก ตอนหนึ่งพระองค์กล่าวถึงเศรษฐีว่า “เขาจึงคิดว่า ข้าจะทำอย่างนี้ คือจะรื้อยุ้งฉางของข้าและจะสร้างใหม่ให้ใหญ่โตขึ้น แล้วข้าจะรวมข้าวและสมบัติทั้งหมดของข้าไว้ที่นั่น” มนุษย์เราก็เป็นเช่นนี้เอง เราจะพยายามบรรจุสิ่งของ เงินทอง ให้จิตใจของเราอิ่มได้ แต่กล่องใบใหญ่แค่ไหนก็ทำให้เราพอใจได้จริงๆ เพราอะไรหรือครับ พระคัมภีร์ได้เฉลยให้เราฟังอย่างน่าสนใจว่า “พระองค์ทรงทำให้สรรพสิ่งงดงามตามวาระของมัน พระองค์ทรงบรรจุนิรันดร์กาลไว้ในจิตใจมนุษย์ด้วย แต่มนุษย์ยังค้นไม่พบว่าพระเจ้าได้กระทำอะไรไว้ตั้งแต่ปฐมกาลจนกาลสุดท้าย” (ปัญญาจารย์ 3:11)พระคำตอนนี้บอกความจริงแก่เราอย่างน้อยสามประการดังนี้       ประการแรก “สิ่งอนิจจังเติมไม่เต็มนิรันดร์กาลแห่งจิตใจ” ทุกสิ่งที่มนุษย์แสวงหามาได้ด้วยมือของตน ล้วนแล้วแต่มีวันหมดอายุ รถราคาแพงตำแหน่งใหญ่โต เงินในบันชีเจ็ดหลัก ของเหล่านี้มีวันเปลี่ยนมือ มีวันเสื่อมสลายไป […]

ทำไม สดุดี 106 ใช้คำสรรพนามบุรุษที่ 3 อย่างไม่เสมอต้นเสมอปลาย? 1/17

ทำไม สดุดี 106 ใช้คำสรรพนามบุรุษที่ 3 อย่างไม่เสมอต้นเสมอปลาย? คำถาม ทำไมสมาคมพระคริสตธรรมไทยจึงแปลคำสรรพบุรุษที่ 3 ในพระธรรมสดุดี 106 ไม่เสมอต้นเสมอปลายคือ แปลออกมาหลายคำมาก มีทั้ง “ท่าน” มีทั้ง “เขา” มีทั้ง “พวกเขา” มีทั้ง “พวกของท่าน” มีทั้ง “ท่านเหล่านั้น” ? คำตอบ ก่อนที่จะไปราบละเอียดของคำสรรพนาม ขอให้เรามาดูภาพรวมของสดุดีบทนี้ก่อน พระธรรมสดุดีมีคำขึ้นต้น และคำลงท้ายว่า “สรรเสริญพระยาห์เวห์” แต่เนื้อหาส่วนใหญ่ไม่ใช่บทเพลงสรรเสริญ แต่เป็นการสารภาพบาปในอดีตของชนชาติอิสราเอลมากกว่า การสรรเสริญพระยาห์เวห์ในตอนท้ายของบทนี้ไม่น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของบทนี้ แต่เป็นการจบของบรรพที่ 4 เพราะบทที่ 106 เป็นบทสุดท้ายของบรรพที่ 4 นอกจากนี้สดุดีบทนี้คล้ายคลึงกับบทที่ 105 คือกล่าวถึงประวัติศาสตร์ของชนชาติอิสราเอล โดยเริ่มต้นตั้งแต่สมัยที่พระเจ้า ทรงสำแดงการอัศจรรย์ในอียิปต์เรื่อยมา จนถึงสมัยที่อิสราเอลเข้าครอบครองแผ่นดินคานาอัน และต่อมาเพราะคนอิสราเอลไม่เชื่อฟังพระเจ้า จึงถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลย จนท้ายที่สุดด้วยความกรุณาของพระเจ้า พระองค์ทรงนำคนอิสราเอลกลับมาจากการเป็นเชลย ผู้เขียนสดุดีบทนี้น่าจะเป็นคนยิวที่กลับมาจากการเป็นเชลย และเป็นผู้นำชุมนุมชนอิสราเอลสารภาพบาปของบรรพบุรุษของพวกเขา สดุดี 106 พอจะแบ่งเนื้อหาออกได้ดังนี้คือ ข้อ […]

ซึ่ง (ไม่ต้อง) พิสูจน์แล้ว 1/17

ซึ่ง (ไม่ต้อง) พิสูจน์แล้ว ย้อนหลังสมัยเรียนวิชาเลขาคณิต เมื่อนักเรียนแก้โจทย์เสร็จแล้ว เราใส่คำว่า “ซ.ต.พ.”ลงท้ายคำตอบนั้น คำนี้ย่อมาจากคำว่า “ซึ่งต้องพิสูจน์” หมายถึง เข้าใจคำตอบหรือคำอธิบายแล้วไม่ต้องตรวจสอบหรือหาคำตอบอีกต่อไป เช่นเดียวกับสิ่งที่บันทึกไว้ในพระคัมภีร์ ผ่านการพิสูจน์มาแล้วว่าถูกต้อง ผู้เขียนพระคัมภีร์ไม่ต้องยืนยันหลักฐานอื่นใดอีก เพราะได้รับการพิสูจน์โดยมนุษย์ตั้งแต่อดีตกาล จนถึงปัจจุบันและจะเป็นเช่นนี้ไปตลอดกาล หนึ่งในความจริงที่ไม่ต้องพิสูจน์อีกต่อไปก็คือ หลักสุขภาพตามคำแนะนำในพระคัมภีร์ ในหนังสือ “อาหารเพื่อสุขภาพดี” (Food for Health) ของ นพ.จอร์จ ดี.แพมโพลนา-โรเจอร์ แห่งโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโลมาลินด้า รัฐแคลิฟอร์เนีย ของคริสตจักรเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีส คุณหมอศึกษาสรรพคุณของอาหารที่ได้จากพืช ผัก ผลไม้ ชนิดต่างๆ ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และในการรักษาโรคต่างๆ สรุปให้เห็นชัดเจนว่า พืช ผัก ผลไม้ ทุกชนิดที่เรารับประทานได้นั้น มีคุณสมบัติที่น่าอัศจรรย์ เป็นทั้งอาหาร และยารักษาสุขภาพไม่ให้เจ็บป่วยง่าย และเมื่อเจ็บป่วยพืชผักเหล่านั้นเป็นยารักษาได้ด้วย  ตามที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้ตั้งแต่สร้างโลก พระเจ้าตรัสว่า “ดูนี่ เราให้ธัญพืชผมที่มีเมล็ดทุกชนิด ซึ่งมีอยู่ทั่วพื้นแผ่นดิน และต้นไม้ผลทุกชนิดที่มีเมล็ดในผลของมันแก่เจ้า เป็นอาหารของเจ้า” (ปฐม. 1:19) ต่อมามีการเพิ่มผักชนิดต่างๆ รวมกันเป็นอาหารที่เหมาะสมสำหรับเผ่าพันธุ์ของมนุษย์ […]

รักดั้งเดิมเติมเต็มชีวิต 1/17

รักดั้งเดิมเติมเต็มชีวิต จากชีวิตที่สิ้นหวัง ไร้วี่แววแห่งอนาคต แต่เมื่อหวนคิดถึงความรักของพระเจ้า การเปลี่ยนแปลงอย่างอัศจรรย์ก็เกิดขึ้น ขอเชิญท่านติดตามได้จากเรื่องราวชีวิตผู้รับใช้พระเจ้าอาจารย์คทาวุธ อดุลย์ถิระเขตต์ศิษยาภิบาลคริสตจักรรักดั้งเดิม(FIRST LOVE CHURCH)ท่านจบการศึกษาระดับปริญญาตรีศาสนศาสตร์โรงเรียนคริสตศาสนศาสตร์แบ๊บติสต์ ปัจจุบันอายุ 37 ปี สมรสกับอาจารย์ทิวรรก์ อดุลย์ถิระเขตต์ มีบุตรสาว 2 คนคือ นางสาวดาริสสา วัฒน์จิรานนท์ และเด็กหญิงดานา อดุลย์ถิระเขตต์ รู้สึกแรกกับพระเจ้า ผมขอบคุณพระเจ้าที่ได้มีโอกาสแบ่งปันเรื่องราวในชีวิตของผมที่ได้มีโอกาสได้รู้จักความรักของพระเจ้า ผมเกิดในครอบครัวที่ไม่ได้เป็นคริสเตียนและเป็นเหมือนครอบครัวทุกครอบครัวที่ปรารถนาจะมีชีวิตที่มีความสงบสุข แต่ความเป็นจริงมันอาจไม่เป็นอย่างที่เราคาดหวังไว้ ครอบครัวของผมในเวลานั้นมีฐานะค่อนข้างดีทีเดียวแต่กลับไม่มีความสุขเลยจริงๆ คุณพ่อและคุณแม่ผมทะเลาะกันตลอดมีเสียงต่อว่าดังๆ ตบตีกัน ในเวลานั้นผมยังเด็กอยู่ทำอะไรไม่ได้เลยครับ ทำได้แค่นั่งร้องไห้ เจ็บปวดเสียใจ และบอกกับตัวเองว่าทำไมครอบครัวเราไม่มีความสุขแบบครอบครัวคนอื่นเขาเลย หลังจากนั้นไม่นานคุณพ่อของผมก็มีภรรยาใหม่และก็เคยนำภรรยาใหม่มาอยู่บ้านเดียวกับเรามันเป็นความเจ็บปวดอย่างอธิบายไม่ถูกเลยจริงๆ และแล้วครอบครัวผมแตกแยก ในเวลานั้นคุณแม่ให้ผมไปโรงเรียนประจำที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย และที่นั่นผมมีโอกาสได้สัมผัสกับความรักของพระเจ้าเป็นครั้งแรก ด้วยวัยเพียง 6 ขวบผมไม่เข้าใจอะไรเลย ผมคิดว่าทุกคนไม่รักผม คุณพ่อไม่รักผม คุณแม่เอาผมมาอยู่รางเรียนประจำท่านก็คงไม่รักผม เป็นความรู้สึกของเด็กที่ไม่มีประสบการณ์อะไรเลย และผมรู้สึกอย่างนั้นตลอดเวลา และในคืนหนึ่งที่โรงเรียนกรุงเทพ คริสเตียนวิทยาลัย ผมเข้าประชุมนมัสการที่โรงเรียนจัดขึ้น พี่ๆ นำผมร้องเพลงที่มีเนื้อเพลง เกี่ยวกับพระเจ้ารักทุกคนไม่ว่าคนนั้นจะมีรูปร่าง หน้าตาอย่างไร สูงเตี้ย ผิวขาวหรือดำ ผมร้องไห้ อย่างไม่รู้ตัวและรู้สึกได้จริงๆ […]

1 57 58 59 60 61 84