ม้าแก่
ม้าแก่ เศรษฐีคนหนึ่งมีม้าแก่ตัวหนึ่งที่เคยใช้งานมานานปีแล้ว แต่เวลานี้มันชรามากจนทำอะไรไม่ได้ เศรษฐีจึงคิดว่า… “ม้าตัวนี้ไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว ข้าจะหาม้าหนุ่มตัวใหม่มาใช้งานแทน” คิดแล้วจึงไล่ม้าแก่นั้นออกไปจากฟาร์มของเขา ในเมืองนั้นมีพระราชาที่ทำคล้ายๆ กับพ่อขุนรามคำแหง และเปาบุ้นจิ้น คือ ทรงแขวนระฆังมีเชือกยาวไว้หน้าประตู เมื่อใดที่ประชาชนเดือดร้อนก็มาดึงระฆังร้องทุกข์ได้ วันหนึ่งพระราชาเห็นว่าเชือกเก่าแล้ว จึงรับสั่งกับคนสวนว่า “เชือกเก่าใช้ไม่ได้แล้ว เจ้าจงไปหาเชือกเส้นใหม่มาเปลี่ยน” “พระเจ้าค่ะ” คนสวนรับพระบัญชา แต่เขาเห็นว่า ระยะหลังไม่ค่อยมีใครมาดึงเชือกร้องทุกข์เลย จึงไม่รีบร้อนไปซื้อเชือก แต่แก้ขัดไปก่อนด้วยการตัดหญ้ามาควั่นเป็นเชือกยาวสำหรับดึงระฆังแล้วกลับไปบ้าน ส่วนเจ้าม้าแก่ที่กำลังหิวโหยเดินสอดส่ายหาหญ้ากินเป็นอาหาร เห็นหญ้าเส้นยาวที่แขวนกับระฆังก็งับเข้าปาก หมายกินให้หายหิว เป็นเหตุให้ระฆังถูกโยกสั่นดัง “ติงๆ ตังๆ” พระราชาจึงทรงบัญชาให้มหาดเล็กออกไปดู “ผู้ที่ตีระฆังเป็นม้าแก่ตัวหนึ่งพระเจ้าค่ะ” มหาดเล็กรายงาน “เจ้าจงออกไปสืบดูทีว่าเป็นม้าของใคร” ทำไมมาสั่นระฆังหน้าวังข้า พระราชาพระบัญชา จากนั้นไม่นาน มหาดเล็กก็กลับมารายงานว่า “ม้าแก่ตัวนี้เป็นม้าของเศรษฐีคนหนึ่ง แต่ตอนนี้เจ้าของไม่ต้องการมันแล้ว เพราะมันแก่เกินกว่าจะใช้งานได้แล้ว มันถูกไล่ออกมาไม่มีอะไรกิน เมื่อพบเชือกที่คนสวนทำด้วยหญ้าจึงใช้ปากงับหมายจะกิน จึงดึงเชือกจนเกิดเสียงตึงตังพระเจ้าค่ะ” มหาดเล็กรายงาน “ถ้าอย่างนั้น ทหารจงไปตามเศรษฐีคนนั้นมาหาเราโดยด่วน และพาเจ้าม้าตัวนั้นไปกินหญ้าในสวนของเราก่อน” พระราชาทรงบัญชา เมื่อเศรษฐีเจ้าของม้าชรามาถึง “เจ้าเป็นเจ้าของม้าชราตัวนั้นใช่หรือไม่” พระราชาทรงถาม “ใช่ พระเจ้าค่ะ” เศรษฐีตอบ “ทำไมเจ้าจึงไล่มันออกมา?” พระราชาตรัสถาม […]
